Category

TH

โรงกษาปณ์แคนาดาเปิดตัวเหรียญกษาปณ์เงินรุ่นใหม่ ฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งบทเพลง Give Peace A Chance ผลงานของ Plastic Ono Band

By | PR, TH

มอนทรีออล—23 พ.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ย้อนกลับไปยังปี 1969 วง Plastic Ono Band (จอห์น เลนนอน และโยโกะ โอโนะ) ได้อัดเพลง Give Peace A Chance ซึ่งเป็นเพลงต่อต้านสงครามในดวงใจของผู้รักสันติภาพและแฟนเพลงทั่วโลกมาหลายยุคหลายสมัย จอห์น เลนนอน และโยโกะ โอโนะ ได้อัดเพลงในตำนานนี้ที่ห้องสวีทของโรงแรม Queen Elizabeth Hotel ใจกลางเมืองมอนทรีออล ซึ่งขณะนั้นทั้งสองกำลังจัดประท้วง "Bed-in for Peace" อันโด่งดังไปทั่วโลก จากนั้นอีก 50 ปีให้หลัง วันนี้ ทางโรงกษาปณ์แคนาดาจึงได้เก็บเกี่ยวช่วงเวลาพิเศษในประวัติศาสตร์ของแคนาดาและวงการเพลงนี้ไว้ ลงบนเหรียญกษาปณ์เงินแท้เพื่อยกย่องความสามารถทางดนตรีและการเคลื่อนไหวเพื่อสังคมของบุคคลทั้งสอง ในข้อตกลงที่ทำร่วมกับ Epic Rights ตัวแทนผู้ออกใบอนุญาตสำหรับจอห์น เลนนอน

The Royal Canadian Mint's silver collector coin celebrating 50 years since Give Peace A Chance was recorded at Montreal's Queen Elizabeth Hotel


The Royal Canadian Mint’s silver collector coin celebrating 50 years since Give Peace A Chance was recorded at Montreal’s Queen Elizabeth Hotel

"ชาวแคนาดารุ่นต่อรุ่น มองดนตรีและบทเพลงของจอห์น เลนนอน และโยโกะ โอโนะ เพื่อหาแรงบันดาลใจและความสุข" มารี เลอเมย์ ประธานและซีอีโอของโรงกษาปณ์แคนาดา กล่าว "เรามีความยินดีที่ได้สร้างสรรค์ผลงานเหรียญกษาปณ์ขึ้น เพื่อเชิดชูสายสัมพันธ์แสนวิเศษที่แคนาดามีต่อคุณจอห์นและโยโกะ รวมถึงข้อความส่งเสริมสันติภาพที่ยืนยาวถึงวันนี้"

"เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของเพลง Bed-in for Peace เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ทางโรงกษาปณ์แคนาดาต้องการออกเหรียญที่ระลึก เพื่อเชิดชูช่วงเวลาสำคัญในโรงแรมของเรา และประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งนี้" เดวิด คอนเนอร์ รองประธานประจำภูมิภาคและผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม Fairmont The Queen Elizabeth กล่าว "เราหวังว่า เหรียญรุ่นนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้คนตระหนักถึงสิ่งที่คุณจอห์นและโยโกะต้องการจะสื่อ อันเป็นข้อความสันติภาพที่ยังคงตราตรึงและมีความสำคัญจวบจนวันนี้"

เหรียญเงินแท้ 99.99% นี้ปรากฏให้เห็นลายภาพถ่ายขาวดำอันโด่งดังของอิวอร์ ชาร์ป ซึ่งได้ถ่ายภาพจอห์นและโยโกะขณะจัดประท้วง "Bed-In for Peace" ที่เมืองมอนทรีออล ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิของปี 1969 ภาพถ่ายดังกล่าวเผยให้เห็นทั้งสองสวมชุดนอนนั่งอยู่บนเตียง ในมือถือดอกกุหลาบ ด้านหลังเป็นโปสเตอร์เรียกร้องสันติภาพที่ทำขึ้นเอง ขณะที่อีกด้านของเหรียญนั้นจำลองพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง อันเป็นผลงานของซูซานนา บลันท์

เหรียญกษาปณ์รุ่นนี้ผลิตขึ้นเพียง 9,999 ชิ้นทั่วโลก วางจำหน่ายในราคา 99.99 ดอลลาร์แคนาดา รับชมเบื้องหน้าเบื้องหลังเหรียญรุ่นนี้ได้ที่แท็บ "Shop" บนเว็บไซต์ www.mint.ca

รับชมรูปภาพของเหรียญรุ่นนี้ได้ที่ https://www.dropbox.com/sh/qe24k8kmridut9l/AAA6y1sSwhLSvM849E2IXhHla?dl=0

ผลิตภัณฑ์นี้สามารถสั่งซื้อได้โดยตรงจากโรงกษาปณ์ที่หมายเลข 1-800-267-1871 ในแคนาดา หมายเลขโทรศัพท์ 1-800-268-6468 ในสหรัฐอเมริกา หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของทางโรงกษาปณ์ นอกจากนี้เหรียญกษาปณ์ยังมีวางจำหน่ายที่ร้านของโรงกษาปณ์แคนาดาในกรุงออตตาวาและเมืองวินนิเพ็ก เช่นเดียวกับเครือข่ายผู้ค้าปลีกและผู้ค้าส่งระดับโลก ซึ่งรวมถึงร้านค้าของไปรษณีย์แคนาดาที่ร่วมโครงการ

เกี่ยวกับโรงกษาปณ์แคนาดา (Royal Canadian Mint)
โรงกษาปณ์แคนาดาเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ (Crown Corporation) ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องการผลิตเหรียญกษาปณ์และการจำหน่ายเหรียญหมุนเวียนของแคนาดา โรงกษาปณ์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงกษาปณ์ขนาดใหญ่และมีความหลากหลายมากที่สุดในโลก โดยให้บริการผลิตภัณฑ์เหรียญหลายประเภทที่มีความเฉพาะเจาะจงและมีคุณภาพสูง รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องในระดับนานาชาติ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของโรงกษาปณ์แคนาดา กรุณาเข้าชม www.mint.ca

เกี่ยวกับ Epic Rights
Epic Rights เป็นบริษัทชั้นนำในวงการดนตรี ผู้ให้บริการด้านรีเทลแบรนดิ้ง การขายสินค้า และการจัดคอนเสิร์ต Epic Rights เป็นตัวแทนศิลปินชั้นแนวหน้ามากมาย ด้วยบริการที่หลากหลายครอบคลุมทั้งในเรื่องรีเทลแบรนดิ้งและการออกใบอนุญาต บริการดูแลเว็บไซต์และสื่อโซเชียลของศิลปิน ร้านออนไลน์สำหรับศิลปินคอนเสิร์ต การออกบัตรวีไอพี การดูแลชุมชนแฟนคลับ และบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจดเครื่องหมายการค้า Epic Rights มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.epicrights.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
อเล็กซ์ รีฟส์ (Alex Reeves)
ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการสื่อสาร
โรงกษาปณ์แคนาดา
โทร: 613-884-6370
อีเมล: [email protected]

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/891510/Royal_Canadian_Mint_Royal_Canadian_Mint_Silver_Coin_Celebrates_5.jpg

 

Related Links :

http://www.mint.ca

Are you a Corporate Representative of Royal Canadian Mint, an investor, or a member of the Business Press?



Natura &Co ผนึกกำลัง Avon ก้าวขึ้นเป็นบริษัทความงามแบบ Direct-to-Consumer ชั้นนำของโลก

By | PR, TH

เซาเปาลู และ ลอนดอน–22 พฤษภาคม 2562–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Natura &Co (B3: NATU3) ประกาศซื้อกิจการ Avon Products, Inc. (NYSE: AVP) โดยเป็นการใช้หุ้นซื้อทั้งหมด ซึ่งจะก่อให้เกิดกลุ่มบริษัทด้านความงามรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก พร้อมมอบพลังบวกให้แก่อุตสาหกรรม

การผนึกกำลังครั้งนี้จะก่อให้เกิดกลุ่มบริษัทด้านความงามที่ทำธุรกิจหลายช่องทางและมีหลายแบรนด์ พร้อมส่งตรงถึงผู้บริโภคทุกวัน กลุ่มบริษัทจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการขายแบบสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านเครือข่ายที่ปรึกษาและตัวแทนของ Avon และ Natura รวมกว่า 6.3 ล้านคน รวมถึงจุดจำหน่ายราว 3,200 สาขาทั่วโลก และช่องทางออนไลน์ กลุ่มบริษัทนี้คาดว่าจะมีรายได้รวมกันกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีหุ้นส่วนรวมกันกว่า 40,000 ชีวิต และดำเนินธุรกิจใน 100 ประเทศ

กลุ่มบริษัทจะใช้ประโยชน์จากแบรนด์เด่นในเครือ ความตั้งใจในการสร้างสัมพันธ์กับลูกค้า และศักยภาพในการทำธุรกิจหลายช่องทาง เพื่อส่งมอบความงามสู่ผู้บริโภคกว่า 200 ล้านคนทั่วโลกทุกวัน ทุกที่ และทุกเวลา การดึง Avon เข้าร่วมกลุ่มธุรกิจความงามที่ประกอบด้วย Natura, The Body Shop และ Aesop จะทำให้ Natura &Co สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มต่างๆได้ดียิ่งขึ้น ทำธุรกิจได้หลายช่องทางมากขึ้น และสามารถขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคใหม่ๆ

Avon และ Natura ต่างก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มบุคคลผู้มีวิสัยทัศน์ และเข้าถึงลูกค้าผ่านเครือข่ายผู้ประกอบการอิสระที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ซึ่งทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์และผู้ให้คำปรึกษาด้านความงาม ทั้งนี้ Avon เป็นแบรนด์ดังที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 130 ปี และเป็นแพลตฟอร์มความงามชั้นนำของโลกที่เน้นสร้างสัมพันธ์กับลูกค้า โดยมีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามหลายหมวดหมู่และหลายระดับในตลาดต่างๆ บริษัทจึงมีศักยภาพการเติบโตในอนาคต

Natura &Co คาดว่าการทำธุรกรรมควบรวมกิจการครั้งนี้จะให้ผลประโยชน์ทางการเงินประมาณปีละ 150-250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนหนึ่งจะนำไปลงทุนใหม่เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการขายผ่านช่องทางดิจิทัลและโซเชียลเน็ตเวิร์ก การวิจัยและพัฒนา การริเริ่มโครงการต่างๆของแบรนด์ และการเดินหน้าขยายตลาดใหม่ๆ

คุณ Luiz Seabra ผู้ร่วมก่อตั้ง Natura กล่าวว่า "เรานับถือและชื่นชม Avon เสมอมา Natura ก่อตั้งขึ้นด้วยความหลงใหลในความงามและความสัมพันธ์ และการควบรวมกิจการในวันนี้ก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนในแวดวงการขายตรง การขายตรงถือเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กก่อนที่คำๆนี้จะเกิดขึ้นเสียอีก ขณะที่การเข้ามาของเทคโนโลยีและโลกาภิวัตน์ได้ช่วยเพิ่มพูนโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายยิ่งขึ้นกับผู้บริโภค โมเดลการขายแบบ peer-to-peer กำลังวิวัฒนาการให้เข้ากับการขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก และพลังของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้กลุ่มบริษัทสามารถก้าวข้ามการเป็นผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และให้คำปรึกษา โดยพร้อมสร้างพลังให้ผู้หญิงแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการมอบอิสระทางการเงินและความมั่นใจในตัวเอง เราเชื่อว่าธุรกิจสามารถสร้างพลังบวก และเมื่อผนึกกำลังกับ Avon เราก็พร้อมต่อยอดความปรารถนาของเราในการนำคุณค่าทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจมาสู่เครือข่ายที่เติบโตอยู่ตลอดเวลา"

คุณ Roberto Marques ประธานกรรมการบริหารของ Natura &Co กล่าวว่า "หลังจากเข้าซื้อกิจการ Aesop ในปี 2556 ต่อด้วย The Body Shop ในปี 2560 วันนี้ Natura & Co ยังคงเดินหน้าอย่างแน่วแน่ในการสร้างกลุ่มบริษัทระดับโลกที่ทำธุรกิจหลายช่องทาง มีหลายแบรนด์ และขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน Avon เป็นบริษัทที่น่าทึ่ง โด่งดัง และมีเครือข่ายตัวแทนขายกว่า 5 ล้านคนที่เชื่อมั่นในพลังแห่งความสัมพันธ์เหมือนกับเรา เราจะร่วมกันยกระดับศักยภาพด้านดิจิทัล รวมถึงเครือข่ายผู้ให้คำปรึกษาและตัวแทนบนโลกโซเชียล พร้อมใช้ประโยชน์จากเครือข่ายร้านค้าและแบรนด์เด่นในเครือทั่วโลก เพื่อเชื่อมโยง สร้างสัมพันธ์ และโน้มน้าวผู้บริโภคหลายล้านคน พร้อมกับสร้างเอกลักษณ์ให้กับกลุ่มบริษัทและสร้างสรรค์แพลตฟอร์มรองรับการเติบโตอันทรงอิทธิพล"

คุณ Jan Zijderveld ซีอีโอของ Avon กล่าวว่า "การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่อันน่าตื่นเต้นในประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 130 ปีของ Avon สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความก้าวหน้าของเราในการเปิดกว้างทางธุรกิจ และจะเปิดโอกาสให้เราสามารถเร่งดำเนินกลยุทธ์และขยับขยายเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ ตลอดปีที่ผ่านมา เราได้เริ่มแผนพลิกโฉมองค์กรเพื่อเสริมแกร่งศักยภาพทางการแข่งขัน ด้วยการกลับมาให้ความสนใจกับ Her ปรับการดำเนินงานให้ง่ายขึ้น พร้อมปรับปรุงแบรนด์ให้ทันสมัยและสอดรับกับยุคดิจิทัล การผนึกกำลังกับ Natura ทำให้เรามีนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ในเครือมากขึ้น มีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและดิจิทัลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถนำเสนอข้อมูลและเครื่องมือที่ดีกว่าเดิมให้แก่เครือข่ายตัวแทน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นของเรา นอกจากนี้ การสนับสนุนจาก Natura จะทำให้เราสามารถเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลและผลิตภาพของเครือข่ายตัวแทน ทั้งนี้ Avon และ Natura ต่างเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน การรวมพลังกันครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้เรารองรับตัวแทนหลายล้านคนได้ดีขึ้น รวมถึงผลักดันการขยายธุรกิจระดับโลกของ Avon ด้วยความมุ่งมั่นเดียวกันในการเพิ่มพูนประสบการณ์และรายได้ของ Her"

คุณ Chan Galbato ประธานกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหารของ Avon กล่าวว่า "เราทุ่มเทให้กับการยกระดับประสบการณ์ของตัวแทน เร่งขยายธุรกิจในระดับสากล ปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนให้ดีขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน รวมถึงผลักดันบริษัทให้เติบโตและประสบความสำเร็จในระยะยาว ทางคณะกรรมการบริษัทมุ่งมั่นในการเพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น การผนึกกำลังกับ Natura สะท้อนถึงบทใหม่แห่งการเติบโตของ Avon ในวันข้างหน้า คณะกรรมการของ Avon มั่นใจว่า Natura จะเป็นพันธมิตรที่ทรงพลังสำหรับแบรนด์ Avon และจะเข้ามาช่วยขยับขยายธุรกิจและการดำเนินงาน รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ๆให้แก่พนักงานและตัวแทน พร้อมมอบศักยภาพมหาศาลแก่ผู้ถือหุ้นทั้งสองฝ่าย เรายินดีที่ได้ให้การสนับสนุนการผนึกกำลังที่จะพลิกโฉมองค์กรครั้งนี้"

Natura Holding S.A. บริษัทโฮลดิ้งสัญชาติบราซิล ได้ก่อตั้งขึ้นโดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการควบรวมกิจการครั้งนี้ เมื่อคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ระหว่างหุ้น Natura Holding จำนวน 0.300 หุ้น ต่อหุ้นสามัญของ Avon จำนวน 1 หุ้น เท่ากับว่าผู้ถือหุ้นของ Natura &Co จะถือหุ้นราว 76% ในบริษัทที่ควบรวม ขณะที่ผู้ถือหุ้นสามัญของ Avon จะถือหุ้นราว 24% และเมื่อคำนวณราคาปิดของหุ้น Natura ณ วันที่ 21 มีนาคม 2562 หรือหนึ่งวันก่อนที่ Natura ได้ประกาศยืนยันการเจรจาระหว่าง Avon กับ Natura เท่ากับว่าการควบรวมกิจการให้ส่วนเกินมูลค่าหุ้นที่ 28% สำหรับผู้ถือหุ้นของ Avon และคิดเป็น EBITDA Multiple ปี 2561 ที่ 9.5x หรือ 5.6x เมื่อคาดคะเนผลกระทบทั้งหมดของการควบรวมกิจการ และเมื่อคำนวณจากราคาปิด ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 การควบรวมกิจการให้มูลค่า Avon ไว้ที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และให้มูลค่าบริษัทควบรวมไว้ที่ราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อการควบรวมกิจการสมบูรณ์ หุ้นของ Natura Holding S.A. จะจดทะเบียนในตลาด B3 พร้อมกระจายการถือหุ้นรายย่อยเป็นสัดส่วน 55% และมีแผนจดทะเบียนซื้อขาย ADR ในตลาด NYSE ด้วย ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้น Avon สามารถเลือกได้ว่าจะรับหลักทรัพย์ ADR ในตลาด NYSE หรือเลือกรับหุ้นที่จดทะเบียนในตลาด B3 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากข้อความจริงอันเป็นสาระสำคัญ (Material Fact) ที่ https://natu.infoinvest.com.br/ptb/7085/19550_691987.pdf

เมื่อการควบรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์ คณะกรรมการบริษัทจะมีสมาชิกรวม 13 ราย ซึ่งแต่งตั้งโดย Avon 3 ราย ทั้งนี้ การควบรวมกิจการยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปิดการทำธุรกรรม ซี่งรวมถึงการขออนุมัติจากทั้งผู้ถือหุ้นของ Natura &Co และ Avon เช่นเดียวกับหน่วยงานป้องกันการผูกขาดทางการค้าในบราซิลและเขตอำนาจอื่นๆ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2563

UBS Investment Bank และ Morgan Stanley รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ Natura &Co ขณะที่ Goldman Sachs เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ Avon ส่วน PJT Partners เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของสมาชิกคณะกรรมการบริษัท Avon

การประชุมทางโทรศัพท์และการถ่ายทอดสดออนไลน์

NATURA &Co จะจัดการประชุมทางโทรศัพท์และถ่ายทอดสดออนไลน์ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม เวลา 9.00 น. ตามเวลา BRT หรือ 8.00 น. ตามเวลา EST เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการทำธุรกรรมควบรวมกิจการในครั้งนี้

สามารถเข้าร่วมการประชุมทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข +55 11 3193-1001 หรือ +55 11 2820-4001 สำหรับบราซิล, +1-646-828-8246 หรือโทรฟรี 1-800-492-3904 สำหรับสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และ +44 20 7442-5660 หรือโทรฟรี 0-808-111-0152 สำหรับสหราชอาณาจักร รหัสยืนยันคือ Natura ขอแนะนำให้โทรล่วงหน้า 10 นาทีก่อนการประชุมเริ่ม

การประชุมทางโทรศัพท์และการนำเสนออื่นๆที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการถ่ายทอดสดออนไลน์ในส่วนของ "นักลงทุนสัมพันธ์" บนเว็บไซต์ของบริษัทที่ http://choruscall.com.br/natura/extramay.htm

เกี่ยวกับ NATURA &CO

การควบรวมกิจการระหว่าง Natura, Aesop และ The Body Shop ก่อเกิดเป็น Natura &Co กลุ่มบริษัทด้านความงามที่ทำธุรกิจหลายช่องทาง มีหลายแบรนด์ และขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือ ความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ Natura เป็นบริษัทข้ามชาติจากบราซิลที่ก่อตั้งในปี 2512 โดยทำธุรกิจขายตรงเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ส่วน The Body Shop ซึ่งก่อตั้งในปี 2519 ที่เมืองไบรตัน ประเทศอังกฤษ โดย Anita Roddick เป็นแบรนด์ความงามระดับโลกที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับโลกใบนี้ ขณะที่แบรนด์ความงามจากออสเตรเลีย Aesop ก่อตั้งในปี 2530 และมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมเพื่อการดูแลผิวพรรณ เส้นผม และเรือนร่าง

เกี่ยวกับ Avon Products, Inc.

Avon ยืนหยัดเพื่อผู้หญิงมานานกว่า 130 ปี บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ความงามที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและคุณภาพให้แก่ผู้หญิงโดยผู้หญิงด้วยกัน ตัวแทนอิสระหลายล้านคนทั่วโลกจำหน่ายสินค้ายอดนิยมมากมาย เช่น Avon Color และ ANEW ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก นับเป็นการสร้างธุรกิจความงามของตนเองทั้งแบบที่เป็นงานประจำและงานพิเศษ Avon มอบพลัง ส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการ และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้ผู้หญิง โดยบริจาคเงินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ให้แก่โครงการสำหรับผู้หญิงผ่านทางบริษัท Avon และมูลนิธิ Avon Foundation สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทและผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.avonworldwide.com และ #Stand4Her

ข้อมูลติดต่อ Natura &Co สำหรับสื่อมวลชน

Marcelo Behar

เจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท Natura &Co
อีเมล: [email protected]

ข้อมูลติดต่อ Natura &Co สำหรับนักลงทุน

Viviane Behar de Castro

ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท Natura &Co
อีเมล: [email protected]

ข้อมูลติดต่อ Avon สำหรับสื่อมวลชน
Natalie Deacon

กรรมการบริหารฝ่ายสื่อสาร บริษัท Avon Products, Inc. 
โทร. + 44(0) 7725 150853
อีเมล: [email protected]  / [email protected]

ข้อมูลติดต่อ Avon สำหรับนักลงทุน

Amy Greene

รองประธานฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท Avon Products, Inc.
โทร. + 001 212 282 5320
อีเมล: [email protected]

ปฏิเสธการเสนอหรือชี้ชวน

ประกาศนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูล ซึ่งไม่ถือเป็นการเสนอขาย หรือชี้ชวนให้ซื้อหลักทรัพย์ หรือชี้ชวนให้ออกเสียงหรืออนุมัติ และจะไม่มีการขายหลักทรัพย์ในเขตอำนาจศาลใดๆ ซึ่งการเสนอ การชี้ชวน หรือการขายถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนที่จะมีการจดทะเบียนหรือผ่านความเห็นชอบตามกฎหมายหลักทรัพย์ของเขตอำนาจศาลดังกล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติมและแหล่งข้อมูล

ประกาศนี้จัดทำขึ้นเนื่องจากมีการทำธุรกรรมควบรวมกิจการระหว่างบริษัท Natura Holding S.A. (เรียกรวมกับ Natura Cosmeticos S.A. ว่า "Natura") กับบริษัท Avon Products, Inc. ("Avon") ภายใต้การทำธุรกรรมครั้งนี้ Natura จะยื่นหนังสือจดทะเบียน Form F-4 ซึ่งรวมถึงหนังสือมอบฉันทะของ Avon และหนังสือชี้ชวนของ Natura ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) นอกจากนี้ Natura และ Avon ยังมีแผนยื่นเอกสารอื่นๆต่อ SEC และจะส่งหนังสือมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวนให้แก่ผู้ถือหุ้นของ Avon ทางอีเมล ประกาศนี้ไม่สามารถใช้แทนหนังสือมอบฉันทะ หนังสือจดทะเบียน หนังสือมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวน หรือเอกสารอื่นใดที่ Natura และ/หรือ Avon อาจยื่นต่อ SEC ทั้งนี้ ก่อนทำการออกเสียงหรือตัดสินใจลงทุน นักลงทุนต้องอ่านเอกสาร Form F-4 และหนังสือมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวน รวมถึงเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทำธุรกรรมครั้งนี้ เอกสาร Form F-4 และหนังสือมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวน รวมถึงเอกสารอื่นๆที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Natura และ Avon จะเผยแพร่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายผ่านทางเว็บไซต์ของ SEC (www.sec.gov) นอกจากนี้ สำเนาของหนังสือมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวนยังเผยแพร่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายผ่านทางเว็บไซต์ของ Natura ที่ www.NaturaeCo.com และทางเว็บไซต์ของ Avon ที่ www.AvonWorldwide.com

ผู้มีส่วนร่วมในการชี้ชวน

Natura และ Avon รวมถึงกรรมการ เจ้าหน้าที่บริหารและสมาชิกฝ่ายบริหาร และพนักงานของบริษัท อาจมีส่วนร่วมในการชี้ชวนให้มอบฉันทะในการทำธุรกรรมครั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่อาจมีส่วนร่วมในการชี้ชวนให้มอบฉันทะภายใต้กฎของ SEC ซึ่งรวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อม จะถูกระบุในหนังสือมอบฉันทะ/หนังสือชี้ชวน และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องซึ่งยื่นต่อ SEC นอกจากนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารของ Natura ยังระบุไว้ในเอกสารอ้างอิงปี 2561 เวอร์ชั่น 15 ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์บราซิลเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารของ Avon ระบุไว้ในหนังสือมอบฉันทะสำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ที่ยื่นต่อ SEC เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2562 เอกสารเหล่านี้สามารถดูได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามแหล่งข้อมูลที่กล่าวถึงข้างต้น   

ข้อความคาดการณ์อนาคต

ข้อความในประกาศนี้ (หรือในเอกสารอ้างอิง) ที่ไม่ใช่ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงในอดีต อาจเป็นข้อความคาดการณ์อนาคตภายใต้กฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 2538 (Private Securities Litigation Reform Act of 1995) ซึ่งอาจประกอบด้วยข้อความเกี่ยวกับการทำธุรกรรมระหว่าง Natura กับ Avon, ความเชื่อเกี่ยวกับมูลค่าที่อาจเกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมระหว่าง Natura กับ Avon, กรอบเวลาที่คาดว่าจะทำธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์, ประโยชน์และการส่งเสริมกันอันเป็นผลมาจากการทำธุรกรรม, โอกาสในอนาคตของบริษัทที่เกิดจากการควบรวมกิจการ รวมถึงข้อความอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ การคาดการณ์ การวางแผน ความตั้งใจ สถานะทางการเงิน หรือผลการดำเนินงานในอนาคตของ Avon และ Natura ในบางกรณี ข้อความคาดการณ์อนาคตจะมีการใช้คำต่างๆ เช่น ประมาณการ คาดการณ์ ทำนาย วางแผน เชื่อว่า อาจจะ คาดว่า คาดหวัง ตั้งใจว่า อาจเกิดขึ้น ความสามารถ ความคาดหมาย จะ หรือคำที่มีความหมายในลักษณะเดียวกัน หรือคำที่มีความหมายเชิงลบ ข้อความคาดการณ์อนาคตอ้างอิงจากความคาดหวังและความเชื่อของ Natura และ Avon ที่มีต่อเหตุการณ์ในอนาคต จึงมีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากที่คาดหวังไว้ในตอนนี้ ปัจจัยเหล่านั้นยากที่จะคาดเดาและอาจอยู่เหนือการควบคุมของ Natura และ Avon ข้อความคาดการณ์อนาคตในประกาศนี้เป็นการให้ข้อมูล ณ วันที่จัดทำขึ้นเท่านั้น หลังจากนี้อาจมีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่นๆเกิดขึ้นอีก ซึ่ง Natura และ Avon ไม่สามารถทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือผลกระทบที่อาจมีต่อบริษัท ดังนั้น ผู้อ่านไม่ควรมองว่าข้อความคาดการณ์อนาคตเป็นการทำนายเหตุการณ์ในอนาคต ทั้ง Natura และ Avon ไม่มีภาระหน้าที่หรือข้อผูกมัดใดๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อความคาดการณ์อนาคตในประกาศนี้หรือที่อื่นหลังวันที่มีการเผยแพร่ เว้นแต่กฎหมายกำหนด เนื่องด้วยปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนเหล่านี้ นักลงทุนควรตระหนักว่าผลลัพธ์ เหตุการณ์ หรือความคืบหน้าใดๆ ที่กล่าวถึงในข้อความคาดการณ์อนาคตในประกาศนี้ อาจไม่เกิดขึ้นจริง มีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายประการที่อาจส่งผลต่อผลการดำเนินงานในอนาคตของ Natura และ/หรือ Avon และทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากที่คาดการณ์ ซึ่งรวมถึง (a) ความสามารถของทั้งสองฝ่ายในการทำธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์ หรือทำตามเงื่อนไขเพื่อให้การทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงการได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแลตามเงื่อนไขหรือกรอบเวลาที่คาดการณ์ (b) ความสามารถของทั้งสองฝ่ายในการทำให้สำเร็จตามที่คาดหวัง ทั้งในส่วนของกรอบเวลา การบรรลุผล รวมถึงภาระภาษีและบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม (c) ความเป็นไปได้ที่อาจไม่ได้รับประโยชน์จากการทำธุรกรรมตามที่เคยคาดหวังไว้ หรืออาจใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ (d) ความเสี่ยงที่ว่าการควบรวมกิจการของ Avon กับ Natura อาจล่าช้าอย่างมาก หรือมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป หรือยากลำบากกว่าที่คาดการณ์ (e) ความล้มเหลวในการบรรลุการทำธุรกรรมด้วยเหตุผลใดก็ตาม (f) ผลกระทบจากการประกาศธุรกรรมดังกล่าวที่มีต่อความสัมพันธ์กับลูกค้ารวมถึงผลการดำเนินงาน (เช่น ความยากลำบากในการรักษาความสัมพันธ์กับพนักงานหรือลูกค้า) (g) ผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นจากการที่ Natura ออกหุ้นสามัญเพิ่มในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม (h) ความเป็นไปได้ที่การทำธุรกรรมอาจใช้เงินมากกว่าที่คาดการณ์ อันเป็นผลมาจากปัจจัยหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด (i) การเสียเวลาบริหารเพราะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม (j) ความเป็นไปได้ที่อาจไม่สามารถบรรลุภาระภาษีและบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม (k) ปัจจัยเสี่ยงที่ระบุไว้ใน Section 4 ของเอกสารอ้างอิงปี 2561 เวอร์ชั่น 15 ที่ Natura ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์บราซิลเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 และ (l) ปัจจัยเสี่ยงที่ระบุไว้ใน Item 1A ของรายงานประจำปี Form 10-K รวมถึงรายงาน Forms 10-Q และ 8-K ของ Avon   

 

Are you a Corporate Representative of Natura &Co, an investor, or a member of the Business Press?



Sercomm จับมือ Altiostar ผลักดันการใช้สมอลเซลล์และนวัตกรรม Open vRAN

By | PR, TH

แพลตฟอร์ม Qualcomm® FSM™ Small Cell Platform พร้อมด้วยซอฟต์แวร์ vRAN ถูกใช้งานครั้งแรกในการทดสอบเครือข่ายของ Rakuten

ไทเป, ไต้หวัน, 23 พฤษภาคม 2562 /พีอาร์นิวส์ไวร์/ — Sercomm (TWSE: 5388) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมชั้นนำ ร่วมกับ Altiostar ผู้บุกเบิกเทคโนโลยี open virtualized RAN (open vRAN) ประกาศการใช้งานสมอลเซลล์รูปแบบเสมือน (virtualized small cell) ครั้งแรกของโลก ซึ่งผสานประโยชน์ของการออกแบบฮาร์ดแวร์จาก Sercomm เข้ากับ vRAN (virtualized radio access network) ของ Altiostar และใช้แพลตฟอร์ม Qualcomm FSM Small Cell Platform ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและฟีเจอร์ครบครัน สมอลเซลล์รูปแบบเสมือนนี้ถูกใช้ในการทดสอบเครือข่าย cloud-native รูปแบบเสมือนของ Rakuten ในย่านชานเมืองโตเกียว ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562

โซลูชั่น Open vRAN (Virtualized Radio Access Network) มอบโครงสร้างซอฟต์แวร์แบบเดียวกันทั้งแมคโครเซลล์และสมอลเซลล์ และจะช่วยให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมสามารถเพิ่มความเป็นอัจฉริยะ การจัดการสัญญาณรบกวน การเชื่อมต่อระหว่าง 4G กับ 5G การปรับสมอลล์เซลล์ให้ทำงานอย่างเป็นอัตโนมัติ และการดัดแปลงซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับบริการที่แตกต่างกันได้อย่างรวดเร็วด้วย CAPEX (ค่าใช้จ่ายด้านทุน) ที่น้อยที่สุด vRAN เปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรม RAN แบบดั้งเดิมด้วยการทำให้เป็นรูปแบบเสมือน พร้อมทั้งรวบรวมการควบคุมฟังก์ชั่นไร้สายต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงานและต้นทุนให้ดีขึ้น ทั้งนี้ การที่จะให้บริการเครือข่ายไร้สายที่ปรับขยายขนาดได้อย่างยืดหยุ่น คล่องตัว และมีความเสถียรนั้น ผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่าย ขณะเดียวกันก็ต้องลด CAPEX และ OPEX (ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน) ไปพร้อมกันด้วย การใช้ Qualcomm FSM Small Cell Platform ร่วมกับหน่วยแบบกระจาย (DU) ของ Sercomm และหน่วยแบบรวมศูนย์ (CU) ของ Altiostar ที่เน้นการใช้ซอฟต์แวร์แบบเสมือนนั้น ทำให้เกิดเป็นโซลูชั่นผสมผสานที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการโทรคมนาคมด้วยความสามารถในการทำงานร่วมกัน ความสามารถในการขยายขนาด และความสามารถในการเปรับตัวระหว่างสภาพแวดล้อม 4G และ 5G

การแยกหน่วยแบบกระจาย (DU) และหน่วยแบบรวมศูนย์ (CU) ออกจากกัน ทำให้สมอลเซลล์รูปแบบเสมือนกลายเป็นโซลูชั่นสุดล้ำที่จะมาพลิกโฉมเครือข่ายมือถือ ด้วยสมรรถนะในการประมวลผลอย่างทรงพลังของ CU ประกอบกับขีดความสามารถด้าน radio sharing จึงสามารถนำสมอลเซลล์นี้ไปติดตั้งและดำเนินการได้ตามแต่ข้อกำหนดของเครือข่าย ขณะที่ DU ของสมอลเซลล์แบบเสมือน ซึ่งออกแบบโดย Sercomm ยังมาพร้อมกับฟอร์มแฟกเตอร์ขนาดกะทัดรัด (27.5 ซม. x 20 ซม.) และกินไฟต่ำ สมอลเซลล์ซึ่งมี FSM9016 เป็นขุมพลังขับเคลื่อนนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานบรอดแบนด์ความเร็วสูงได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุด สมอลเซลล์แบบเสมือนนี้ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยทำให้แพลตฟอร์มเป็น cloud native แบบครบวงจรอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่ยังจะสามารถรองรับเครือข่ายที่แตกต่างกันด้วย 

การรวมข้อดีของสถาปัตยกรรมเครือข่ายยุคหน้ากับสมอลเซลล์รูปแบบเสมือนเข้าด้วยกันนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับความต้องการของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ด้วยการติดตั้งง่าย สมรรถนะสูง ขยายขนาดได้อย่างยืดหยุ่น และย้ายไปเป็นเครือข่าย 5G ได้อย่างราบรื่น การใช้งานสมอลเซลล์ได้อย่างยืดหยุ่นยังช่วยประหยัดต้นทุนและย่นระยะเวลาในการเปิดตัวบริการออกสู่ตลาด ผลที่ได้คือผู้ใช้บริการจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่เยี่ยมยอด ทั้งนี้ ด้วยการใช้สถาปัตยกรรม vRAN สำหรับเครือข่ายที่จะเปิดตัวเชิงพาณิชย์ในเดือนตุลาคม 2562 นี้ Rakuten จะกลายเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายแรกในโลกที่ใช้เครือข่าย cloud native รูปแบบเสมือนอย่างแท้จริง ที่รวมทั้งแมคโครเซลล์และสมอลเซลล์สำหรับ 4G และ 5G

"Sercomm ได้ทุ่มเทพัฒนาทรัพยากร R&D ในการพัฒนาโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรม เพื่อส่งมอบบริการโทรคมนาคมแห่งยุคหน้า" Ben Lin ซีทีโอของ Sercomm กล่าว "เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับผู้นำอุตสาหกรรมอย่าง Rakuten, Qualcomm และ Altiostar เราจะร่วมกันเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยี และมอบแนวทางที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องแก่เครือข่ายแห่งอนาคต"

"สถาปัตยกรรม open virtualized สุดล้ำของ Altiostar ช่วยให้ผู้ประกอบการเครือข่ายไร้สายสามารถลงทุนในเครือข่ายที่พร้อมรองรับอนาคต ผ่านทางการติดตั้งใช้งานโซลูชั่นที่ตอบรับกับความต้องการของวันนี้ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน 5G แห่งความเป็นจริงในอนาคต" Thierry Maupile รองประธานบริหารฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ของ Altiostar กล่าว "สถาปัตยกรรมแบบเปิดนี้จะทำให้ผู้ประกอบการเครือข่ายมีขีดความสามารถที่มากขึ้น ด้วยต้นทุนการเป็นเจ้าของที่ต่ำลง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ตลอดจนสร้างสรรค์บริการต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น และทำให้ผู้ประกอบการมีโมเดลแบบใหม่ในการจัดหาเครือข่าย"

"ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม อย่าง Sercomm, Qualcomm และ Altiostar ทาง Rakuten จึงได้ใช้สมอลเซลล์รูปแบบเสมือนอย่างเต็มรูปแบบตัวแรกของโลกในการทดลองเครือข่ายมือถือใหม่ของเรา" Tareq Amin ซีทีโอของ Rakuten Mobile, Inc. กล่าว "ด้วยความคล่องตัวที่มากขึ้นและบริการที่หลากหลายขึ้น ผู้ใช้งานของเราจะได้ประโยชน์จากเครือข่ายเสมือนสุดล้ำนี้ และอุตสาหกรรมจะไม่ต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์เฉพาะด้านและโครงสร้างพื้นฐานแบบเก่าอีกต่อไป"

"สมอลเซลล์ถือเป็นหน่วยโครงสร้างที่สำคัญยิ่งสำหรับการติดตั้งเครือข่ายเซลลูลาร์ขั้นสูงที่ครอบคลุมทั้ง 4G และ 5G" Puneet Sethi ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Qualcomm Atheros, Inc. กล่าว "สถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นของ Rakuten ซึ่งใช้ประโยชน์จากสมอลเซลล์ที่ผนวกรวม Qualcomm FSM Small Cell Platforms สำหรับเทคโนโลยี 4G และ 5G นั้น ช่วยให้ Rakuten สามารถนำเสนอแนวทางที่ยืดหยุ่นแก่ผู้ใช้บริการที่มีประสบการณ์สูงและต้องการที่จะขยายไปสู่เครือข่ายยุคอนาคตได้อย่างรวดเร็ว เราดีใจที่ได้ทำงานร่วมกับ Altiostar, Sercomm และ Rakuten ด้วยการใช้แพลตฟอร์ม FSM ที่สร้างขึ้นอย่างมีวัตถุประสงค์ของเรา เพื่อมอบประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ควบคู่กับความยืดหยุ่นและความเรียบง่ายในการติดตั้ง" 

เกี่ยวกับ Sercomm Corporation

Sercomm Corporation (TWSE: 5388) เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมและบรอดแบนด์ชั้นนำระดับโลก บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2535 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชั่นแบบฝังเพื่อช่วยให้การวางเครือข่ายเป็นเรื่องง่ายด้วยค่าใช้จ่ายที่ย่อมเยา Sercomm มีความสามารถด้านวิศวกรรมที่ครบวงจร และมีโรงงานผลิตที่ทันสมัย พร้อมนำเสนอโซลูชั่นบรอดแบนด์โทรคมนาคมที่ครอบคลุม อาทิ เกตเวย์สำหรับที่อยู่อาศัยและองค์กรธุรกิจ สมอลเซลล์ และผลิตภัณฑ์ IoT ปัจจุบัน Sercomm ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรม บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ในไทเป ไต้หวัน และมีเครือข่ายการดำเนินงานอยู่ทั่วโลก ครอบคลุมตลาดในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก ทั้งยังมีฐานลูกค้าเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้รับจ้างผลิตอุปกรณ์เครือข่าย และผู้รวมระบบชั้นนำของโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sercomm.com

เกี่ยวกับ Altiostar

Altiostar เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นซอฟต์แวร์ virtualized RAN ที่พร้อมรองรับ 5G และสนับสนุนอินเทอร์เฟซแบบเปิด รวมถึงการแยกฮาร์ดแวร์ออกจากซอฟต์แวร์เพื่อสร้างเครือข่าย web-scale แบบ open multi-vendor โซลูชั่นนี้รองรับทั้งแมคโครเซลล์และสมอลเซลล์ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร จึงช่วยให้สามารถจัดการสัญญาณรบกวน การรวมหลายย่านความถี่ และการรับสัญญาณแบบ dual reception เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่าย พร้อมยกระดับประสบการณ์สำหรับผู้ใช้ ขณะให้บริการบรอดแบรนด์ความเร็วสูง ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถเพิ่มความเป็นอัจฉริยะ ดัดแปลงซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับบริการที่แตกต่างกันได้อย่างรวดเร็ว และปรับเปลี่ยนการดำเนินงานต่าง ๆ ให้เป็นอัตโนมัติ เพื่อเร่งผลักดันการขยายเครือข่าย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.altiostar.com หรือติดตามทางทวิตเตอร์ @altiostar

เกี่ยวกับ Rakuten

Rakuten, Inc. (TSE: 4755) คือผู้นำด้านบริการอินเทอร์เน็ตที่ช่วยเหลือบุคคล ชุมชน ธุรกิจ และสังคม บริษัทก่อตั้งขึ้นที่กรุงโตเกียว เมื่อปี 2540 ในฐานะตลาดออนไลน์ ก่อนจะขยายธุรกิจครอบคลุมด้านอีคอมเมิร์ซ ฟินเทค ดิจิทัลคอนเทนต์ และการสื่อสาร พร้อมให้บริการแก่สมาชิกกว่า 1.2 พันล้านรายทั่วโลก กลุ่มบริษัทมีพนักงานมากกว่า 17,000 คน และมีการดำเนินงานใน 30 ประเทศและภูมิภาค สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://global.rakuten.com/corp/

Qualcomm และ FSM เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Qualcomm Incorporated ซึ่งจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ

Qualcomm FSM เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Qualcomm Technologies, Inc. และ/หรือบริษัทในเครือ

Related Links :

http://www.sercomm.com

Are you a Corporate Representative of Sercomm Corporation, an investor, or a member of the Business Press?



Country Garden บริษัทดีเวลอปเปอร์อสังหาริมทรัพย์จากจีน ติดอันดับ Forbes Global 2000 เป็นปีที่สิบติดต่อกัน

By | PR, TH

บริษัท Country Garden ขึ้นสู่อันดับ 129 ในการจัดอันดับปี 2019 นี้

ฝอซาน, จีน–21 พ.ค–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Country Garden Holdings (02007.HK) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากประเทศจีน ขึ้นสู่อันดับ 129 ในการจัดอันดับ Forbes Global 2000 ประจำปี 2019 โดย Forbes นิตยสารธุรกิจระดับแนวหน้าในเย็นวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ บริษัท Country Garden ติดอันดับเป็นปีที่สิบติดต่อกันแล้ว และได้ไต่อันดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปีที่ผ่านมา

การจัดอันดับ Forbes Global 2000 และ Forbes Fortune 500 เป็นการจัดอันดับบริษัททั่วโลก ซึ่งรวบรวมรายชื่อบริษัทที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยพิจารณาจากสี่ปัจจัยหลัก ได้แก่ ยอดขาย ผลกำไร สินทรัพย์โดยรวม และมูลค่าตลาด

ในการจัดอันดับ Global 2000 มีบริษัทจีนทั้งหมด 309 บริษัท และ 5 บริษัทในนั้นอยู่ใน 10 อันดับแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสำเร็จของบริษัทจากจีน บริษัท Country Garden มีสินทรัพย์รวม 2.374 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าตลาด 3.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงได้อันดับ 129 ในปี 2019 นี้ โดยสูงกว่าปีก่อน 14 อันดับ ถือเป็นความสำเร็จที่ต่อเนื่องของบริษัทซึ่งมีชื่ออยู่ในการจัดอันดับดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2010 และแสดงให้เห็นการเติบโตที่มั่นคงของบริษัท Country Garden

Country Garden ยังติดอันดับ Fortune 500 อีกครั้ง โดยเป็นบริษัทหนึ่งที่มีการพัฒนามากที่สุดในการจัดอันดับนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทยังติดอันดับ Brand Finance Global 150 ประจำปี 2019 และรายชื่อบริษัทจีนที่มีมูลค่าสูงสุด 50 อันดับแรก (Top 50 Most Valuable Chinese Brands) ของ BrandZ™ ตลอดจนรายการจัดอันดับระดับแนวหน้าอื่น ๆ

งบการเงินของบริษัท Country Garden ประจำปี 2018 ชี้ว่า บริษัทมีการเติบโตที่มั่นคง แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนอยู่ในช่วงขาลง ขณะที่รัฐบาลจีนได้มีนโยบายลดความร้อนแรงของตลาดอสังหาฯ บริษัท Country Garden มีรายได้จากการขาย 5.0188 แสนล้านหยวน (ราว 7.22 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 31.25% บริษัทมีรายได้ 3.7908 แสนล้านหยวน (ราว 5.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 67.1% โดยมีผลกำไรขั้นต้น 1.0248 แสนล้านหยวน (ราว 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 74.3% และมีผลกำไรสุทธิ 4.854 หมื่นล้านหยวน (ราว 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มจากปีก่อนหน้า 68.8%

นอกจากยอดขายและผลกำไรที่เติบโตอย่างมั่นคงแล้ว บริษัทยังมีอัตราการแปลงผัน (conversion rate) ของยอดขายสัญญาเป็นเงินสดถึง 91% ในปี 2018 โดยที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิลดลง 7.3% จากปีก่อนหน้าเหลือ 49.6% นอกจากนี้ บริษัทยังมีดุลเงินสดราว 2.4254 แสนล้านหยวน (ราว 3.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) บริษัท Country Garden จึงมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (net operating cash flow) เป็นบวกติดต่อกันเป็นปีที่สาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัท

สถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่ง เช่น J.P. Morgan, Goldman Sachs, BOC International และ BNP Paribas ต่างยกให้บริษัท Country Garden ได้เรทติ้ง "buy" เนื่องจากการเติบโตที่มั่นคงของบริษัท

นอกจากนี้ China International Capital Corporation ยังให้เรทติ้ง "buy" แก่บริษัท Country Garden ด้วยเช่นกัน เมื่อประเมินจากที่ดินสำรองที่เพียงพอ ความสามารถในการบริหารที่แข็งแกร่ง และพอร์ตฟอลิโอที่ยอดเยี่ยม โดย Country Garden คาดว่ายอดขายและผลกำไรจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไปในปีนี้

ตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว Country Garden มุ่งพัฒนาคุณภาพในการดำเนินงานขณะขยายธุรกิจอย่างมั่นคง การขยายธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวในการรักษาความสม่ำเสมอในการดำเนินงาน ธุรกิจหลักของบริษัท Country Garden ประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ การเกษตรสมัยใหม่ และเทคโนโลยีระบบหุ่นยนต์ โดยในปี 2019 นี้ บริษัทมีแผนจะเพิ่มระดับการร่วมมือกับพันธมิตร และส่งเสริมการบูรณาการและยกระดับธุรกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยรวม โดยมีจุดประสงค์เพื่อก่อประโยชน์ให้สังคมด้วยการสร้างคุณค่าทั้งเชิงสังคมและเศรษฐกิจ

Related Links :

www.bgy.com.cn

Are you a Corporate Representative of Country Garden Holdings, an investor, or a member of the Business Press?



GCL System เปิดตัวเซลล์แสงอาทิตย์ชนิด cast-mono ต้อนรับการผลิตไฟฟ้ายุคใหม่

By | PR, TH

มิวนิก–21 พฤษภาคม 2562—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

คุณเอริค หลัว ประธานบริษัท GCL System Integration Technology จำกัด (002506.SZ) กล่าวว่า อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของจีนมีการมุ่งเน้นตลาดมากขึ้น เนื่องจากนโยบายใหม่ที่รัฐบาลประกาศเมื่อปีที่แล้วได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระลอกใหม่ในอุตสาหกรรม

GCL System เข้าร่วมมหกรรม Intersolar Europe 2019 ที่มิวนิก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม


GCL System เข้าร่วมมหกรรม Intersolar Europe 2019 ที่มิวนิก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม

เมื่อปีที่แล้ว คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) ซึ่งเป็นหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของประเทศ ได้ประกาศนโยบายควบคุมการให้เงินอุดหนุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่สร้างขึ้นใหม่ และลดเงินอุดหนุนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้ภาคพลังงานแสงอาทิตย์มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนของรัฐ

คุณหลัวอธิบายว่า "นโยบายดังกล่าวจะผลักดันให้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าแบบเดิม เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน ในอนาคตอันใกล้นี้ ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์เท่ากับหรือถูกกว่าไฟฟ้าจากสายส่ง (Grid Parity)"

ในฐานะผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ระดับโลก GCL System ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าที่สุดให้แก่ลูกค้า และส่งเสริมให้ทั่วโลกเข้าสู่ยุค Grid Parity

GCL System เปิดตัวแผงเซลล์แสงอาทิตย์และเวเฟอร์ชนิด cast-mono เป็นครั้งแรกในมหกรรม Intersolar Europe 2019 ที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี โมดูล cast-mono ผสานเทคโนโลยีการผลิตเซลล์โมโนคริสตัลไลน์กับเทคโนโลยีการหล่อแท่งผลึกซิลิคอนมัลติคริสตัลไลน์ และมีประสิทธิภาพสูงถึง 19.4%

คุณหลัวกล่าวว่า โมดูล cast-mono ได้รับความนิยมและดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก บริษัทได้รับคำสั่งซื้อมากมายจากลูกค้าในยุโรป และคาดว่าจะขายได้ราว 1 กิกะวัตต์ในปีนี้

คุณหลัวระบุว่า ยอดขายในต่างประเทศของบริษัทจะมีสัดส่วนราว 80% ของยอดขายทั้งหมดในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 52% ในปี 2561 ปัจจุบัน ตลาดยุโรปและอเมริกาต่างมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 40-50% ของการเติบโตรายปี

คุณหลัวเปิดเผยว่า เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง GCL System วางแผนว่าจะผลิตโมดูลชนิดโมโนคริสตัลไลน์ราว 6.5-7.0 กิกะวัตต์ในปีนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผลิตมากกว่าโมดูลชนิดมัลติคริสตัลไลน์ นอกจากนี้ บริษัทจะพยายามมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโมดูลชนิด cast-mono ในอนาคต

รูปภาพ – https://photos.prnasia.com/prnh/20190517/2470560-1

Are you a Corporate Representative of GCL System, an investor, or a member of the Business Press?



Marlin Equity Partners ประกาศการเข้าลงทุนแบบถือหุ้นส่วนน้อยโดย Blackstone

By | PR, TH

ลอสแอนเจลิส และ ลอนดอน, 17 พฤษภาคม 2562/ พีอาร์นิวส์ไวร์/ — Marlin Equity Partners บริษัทการลงทุนระดับโลก ประกาศในวันนี้ว่า Strategic Capital Group ของบริษัท Blackstone (NYSE: BX) ได้ทำการลงทุนแบบเชิงรับด้วยการเข้าถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัท

Strategic Capital Group ในเครือ Blackstone เป็นส่วนหนึ่งของ Blackstone Alternative Asset Management (BAAM) โดยมีความชำนาญในด้านการเป็นหุ้นส่วนแบบถือหุ้นส่วนน้อยกับผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือกระดับชั้นนำ ซึ่งการลงทุนแบบนี้จะทำให้ Marlin สามารถทำการลงทุนและขยายโครงสร้างการลงทุนในระดับโลกต่อไปได้อีก รวมทั้งเพิ่มความมุ่งมั่นและจุดยืนให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยฐานนักลงทุนที่มีความหลากหลาย และจะใช้ทรัพยากรและศักยภาพต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วโลกของ Blackstone ให้เป็นประโยชน์

นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2548 เป็นต้นมา Marlin ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทการลงทุนชั้นนำระดับโลก โดยมีเงินทุนภายใต้การบริหารจัดการจำนวน 6.7 พันล้านดอลลาร์ และได้ทำธุรกรรมซื้อขายสำเร็จเสร็จสิ้นกว่า 140 รายการในอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายหลัก ได้แก่ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยี ระบบไอทีเพื่อการดูแลสุขภาพ บริการที่เน้นใช้เทคโนโลยี และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

"การลงทุนครั้งนี้โดย Blackstone ถือเป็นการพิสูจน์ยืนยันอีกครั้งถึงการเป็นองค์กรที่ดีที่สุดที่เราได้สร้างขึ้น และสะท้อนถึงคุณค่าที่แท้จริงที่เรามอบให้แก่หุ้นส่วนผ่านทางการลงทุน" เดวิด แมคกัฟเวิน ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอของ Marlin กล่าว "เรามีความยินดีที่ได้ต้อนรับ Blackstone มาเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ และมุ่งหวังที่จะได้อาศัยความเชี่ยวชาญและทรัพยากรที่มีอย่างกว้างขวางของ Blackstone เพื่อทำการลงทุนต่อไป พร้อมวางตำแหน่งในระดับโลกเพื่อความสำเร็จในระยะยาว"

"วิธีการลงทุนของ Marlin นั้นมุ่งเน้นไปที่การเป็นหุ้นส่วนกับทีมบริหารเพื่อสนับสนุนธุรกิจ ส่งเสริมการดำเนินงาน และเร่งการเติบโตให้เร็วขึ้น" สก็อต ซูส์ซา ผู้อำนวยการ Strategic Capital Group ของ BAAM กล่าว "การให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าในระยะยาวในบริษัทพื้นฐานต่าง ๆ นั้น เป็นการวางตำแหน่งให้ Marlin ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับ Marlin"  

สำหรับเงื่อนไขในการทำธุรกรรมครั้งนี้ไม่มีการเปิดเผย

Evercore ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้แก่ Marlin Equity ขณะที่ Kirkland & Ellis LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้แก่ Marlin Equity ส่วน Simpson Thacher & Bartlett ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้แก่ Blackstone

เกี่ยวกับ Marlin Equity Partners 
Marlin Equity Partners เป็นบริษัทด้านการลงทุนระดับโลกซึ่งบริหารจัดการเงินทุนกว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทมุ่งเน้นไปที่การมอบแนวทางที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการด้านธุรกิจและสภาพคล่อง ให้แก่บริษัทแม่ ผู้ถือหุ้น และผู้ถือประโยชน์ร่วมอื่นๆ Marlin ลงทุนในธุรกิจต่างๆ ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม โดยฐานเงินทุน ความสัมพันธ์ระดับอุตสาหกรรม ตลอดจนเครือข่ายทรัพยากรการดำเนินงานที่กว้างขวางของ Marlin ในอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้เสริมสร้างมุมมองและยกระดับคุณค่าของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ โดยนับตั้งแต่ก่อตั้ง Marlin ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อธุรกิจกว่า 140 แห่ง ผ่านทางกลุ่มกองทุนและบริษัทที่เกี่ยวข้อง บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีสำนักงานอีกแห่งอยู่ในลอนดอน รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.marlinequity.com

เกี่ยวกับ Blackstone Alternative Asset Management 
Blackstone Alternative Asset Management (BAAM®) เป็นแพลตฟอร์ม Hedge Fund Solutions ของ Blackstone โดย BAAM เป็นนักลงทุน (discretionary investor) รายใหญ่ที่สุดของโลกในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเกือบ 8.0 หมื่นล้านดอลลาร์ BAAM บริหารจัดการธุรกิจที่มีความหลากหลาย อาทิ ธุรกิจโซลูชั่นที่ปรับตามความต้องการของลูกค้า แพลตฟอร์มสถานการณ์พิเศษ กองทุนเฮดจ์ที่บ่มเพาะธุรกิจ แพลตฟอร์มกองทุนรวมแบบเปิด และธุรกิจที่ซื้อหุ้นในผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสถานะมั่นคงแล้ว ในสายธุรกิจทั้งหมดของ BAAM นั้น BAAM จะทำการเลือกสรรด้วยความรอบคอบ เพื่อเข้าไปเป็นหุ้นส่วนกับผู้จัดการกองทุนในกลุ่มประเภทสินทรัพย์ต่าง ๆ และวางแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างโซลูชั่นให้แก่นักลงทุน และด้วยการให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเป้าหมายของลูกค้า ขั้นตอนการตรวจสอบสถานะการเงินอย่างเข้มงวด และช่องทางเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกระดับโลกของ Blackstone ทาง BAAM จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างผลตอบแทนที่น่าดึงดูดและมีการปรับความเสี่ยงครอบคลุมวัฏจักรตลาด ควบคู่กับการรักษาเงินทุนยามที่เกิดสภาวะตึงเครียดในตลาด  

Related Links :

http://www.marlinequity.com

Are you a Corporate Representative of Marlin Equity Partners, an investor, or a member of the Business Press?



ตึกเอ็มไพร์สเตท จับมือ เตอร์กิช แอร์ไลน์ และ Challenged Athletes Foundation จัดการแข่งขันวิ่งขึ้นตึกประจำปี

By | PR, TH

นิวยอร์ก–14 พฤษภาคม 2562–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ซูซี่ วอลแชม นักวิ่งขึ้นตึกแชมป์ 9 สมัย เตรียมกลับมาป้องกันตำแหน่งอีกครั้ง

ตึกเอ็มไพร์สเตท ประกาศว่า ซูซี่ วอลแชม นักวิ่งขึ้นตึกแถวหน้าของโลก จะกลับมาเยือนอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกในวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งขึ้นตึกเอ็มไพร์สเตทประจำปี 2562 รายการ Empire State Building Run-Up (ESBRU) ครั้งที่ 42 ซึ่งนำเสนอโดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ และได้รับการสนับสนุนจาก Challenged Athletes Foundation โดยเธอจะมาป้องกันตำแหน่งเจ้าของแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรายการนี้ 

ซูซี่ วอลแชม วัย 45 ปีจากสิงคโปร์ เป็นที่จดจำไปตลอดกาลในปี 2561 เมื่อเธอคว้าแชมป์ 6 สมัยติดต่อกัน และคว้าแชมป์รวมทั้งหมด 9 สมัยในประเภทหญิง ด้วยเวลา 12.56 นาที สำหรับการแข่งขันวิ่งขึ้นตึกประจำปีนี้จะเป็นการประชันกันระหว่างสองยอดฝีมือของโลก นั่นคือ ซินดี้ แฮร์ริส นักวิ่งขึ้นตึกผู้รั้งอันดับ 1 และ 2 ของโลก และวอลแชมที่เพิ่งชนะการแข่งขันวิ่งขึ้นตึกรายการ Taipei 101 Run-Up เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ซูซี่ วอลแชม กล่าวว่า "ตึกเอ็มไพร์สเตทเป็นตึกที่โดดเด่นที่สุดในโลก จึงเหมาะกับการแข่งขันวิ่งขึ้นตึกซึ่งเป็นกีฬาที่ท้าทายมากที่สุดอย่างหนึ่งของโลก ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสมาป้องกันตำแหน่งอีกครั้งในปีนี้ และฉันจะประมาทไม่ได้ ฉันเคารพตึกเอ็มไพร์สเตทและบันได 1,576 ขั้นที่นำไปสู่ความยิ่งใหญ่"

สำหรับการแข่งขันประเภทชายจะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง สปรูล เลิฟ นักวิ่งขึ้นตึกมากประสบการณ์จากสหรัฐอเมริกา กับ ราล์ฟ แฮชเชอร์ จากเยอรมนี ในปี 2561 ทั้งคู่สร้างประวัติศาสตร์การวิ่งเข้าเส้นชัยที่น่าตื่นเต้นมากที่สุดครั้งหนึ่ง เมื่อเลิฟวิ่งเข้าเส้นชัยก่อนแฮชเชอร์เพียง 1 วินาทีเท่านั้น

นักวิ่งแถวหน้าคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งในประเภทหญิงและประเภทชายประกอบด้วย ชารี แคลร์เฟลด์ จากสหรัฐอเมริกา และ มาเรีย เอลิซา โลเปซ พีเมนเทล จากเม็กซิโก รวมถึง เดวิด โรสก์ จากสหรัฐอเมริกา และ ฟาบิโอ รูกา จากอิตาลี โดยทั้งหมดเข้าเส้นชัยใน 6 อันดับแรกเมื่อปี 2561

นอกจากนักวิ่งแถวหน้าระดับโลกแล้ว ยังมีนักวิ่งขึ้นตึกจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันรายการนี้เข้าถึงนักวิ่งทั่วโลก โดยนักวิ่งจากนิวซีแลนด์ มาเลเซีย เบลเยียม อังกฤษ จีน สเปน ฟินแลนด์ แคนาดา และอิตาลี จะมารวมตัวกันเพื่อวิ่งขึ้นไปให้ถึงยอดตึกเอ็มไพร์สเตท

เตอร์กิช แอร์ไลน์ สายการบินแห่งชาติของตุรกีที่ให้บริการเที่ยวบินไปยังประเทศและจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศมากกว่าสายการบินอื่นๆ ได้กลับมารับหน้าที่ผู้สนับสนุนการแข่งขันเป็นปีที่สอง โดยในปีนี้ ทางสายการบินจะมอบตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 20 ใบให้กับนักวิ่งขึ้นตึกแถวหน้าจากทั่วโลก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิ่งรายใหม่ๆ มาร่วมแข่งขันวิ่งขึ้นตึกเอ็มไพร์สเตทด้วยกัน ทั้งนี้ สำนักงานสาขานิวยอร์กของเตอร์กิช แอร์ไลน์ ตั้งอยู่ที่ตึกเอ็มไพร์สเตท ขณะที่สำนักงานใหญ่ระดับโลกตั้งอยู่ที่กรุงอิสตันบูล

เชงก์ โอคาล ผู้จัดการทั่วไปประจำนิวยอร์กของเตอร์กิช แอร์ไลน์ กล่าวว่า "นับเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น ณ อาคารที่โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผู้คนทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะได้มาเห็นตึกนี้ด้วยตัวเอง แต่มีเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสได้ขึ้นตึกนี้ เราจึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้โอกาสนักวิ่งมาร่วมกิจกรรมนี้ ด้วยการมอบตั๋วเครื่องบินของเตอร์กิช แอร์ไลน์ มายังหนึ่งในกว่า 300 จุดหมายปลายทางทั่วโลกที่เราให้บริการ"  

ขณะเดียวกัน มูลนิธิ Challenged Athletes Foundation (CAF) ก็กลับมาอีกครั้งในฐานะองค์กรการกุศลอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน โดย CAF เป็นผู้นำระดับโลกในการช่วยเหลือผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายให้เข้าถึงกีฬาและใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง CAF เชื่อว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกายภาพทุกระดับจะช่วยเพิ่มความภาคภูมิใจในตนเอง ลดการพึ่งพาผู้อื่น และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ลอร่า สไตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดของ CAF กล่าวว่า "การแข่งขันที่โดดเด่นและท้าทายรายการนี้ดึงดูดผู้สนับสนุนและนักกีฬาให้มารวมตัวกันเพื่อช่วยสนับสนุนพันธกิจของเรา กลุ่มผู้ระดมทุนและกลุ่มนักกีฬาได้รวมพลังกันแสดงให้โลกเห็นว่า ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายสามารถทำอะไรได้มากมายหากได้รับการสนับสนุนที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย"

นอกเหนือจากเตอร์กิช แอร์ไลน์ และ CAF แล้ว ยังมีอีกหลายฝ่ายที่มีส่วนร่วมกับการแข่งขันในครั้งนี้ ได้แก่ ตัวแทนจากองค์กรการกุศล Multiple Myeloma Research Foundation นักวิ่งชาย-หญิงที่ได้รับเชิญ นักวิ่งที่สมัครเข้าแข่งขัน สื่อมวลชน คนดัง นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในนิวยอร์ก รวมถึงเจ้าหน้าที่จากกรมตำรวจนิวยอร์กและหน่วยดับเพลิงนิวยอร์กที่เข้าร่วมงานเป็นปีที่สาม

ตึกเอ็มไพร์สเตทจะเปิดไฟสีแดงและขาว ซึ่งเป็นสีของสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ ในค่ำคืนของวันที่มีการแข่งขัน เพื่อเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญนี้

เกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท

ตึกเอ็มไพร์สเตทมีความสูง 1,454 ฟุต (จากฐานถึงเสาอากาศ) เหนือย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน อาคารแห่งนี้เป็นของบริษัท เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ และเป็น "อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก" การลงทุนใหม่ๆในเรื่องการประหยัดพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่สาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่งผลให้ตึกเอ็มไพร์สเตทสามารถดึงดูดผู้เช่าชั้นหนึ่งจากหลากหลายวงการทั่วโลก ทั้งนี้ ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโลกจากการสำรวจของอูเบอร์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาคารยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาจากการสำรวจของสถาบันสถาปัตยกรรมแห่งอเมริกา รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตทได้ที่ www.empirestatebuilding.comwww.facebook.com/empirestatebuilding, @EmpireStateBldg, www.instagram.com/empirestatebldghttp://weibo.com/empirestatebuilding,  www.youtube.com/esbnyc และ www.pinterest.com/empirestatebldg/

เกี่ยวกับเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์

เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ (NYSE: ESRT) คือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โดยเป็นผู้ครอบครอง บริหารจัดการ ดำเนินงาน เข้าซื้อ และรีโพสิชั่นอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกบนเกาะแมนฮัตตันรวมถึงมหานครนิวยอร์ก ซึ่งรวมไปถึงตึกเอ็มไพร์สเตท อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มหานครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก และนับจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 บริษัทมีสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่ารวม 10.1 ล้านตารางฟุต ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 9.4 ล้านตารางฟุตในอาคารสำนักงาน 14 แห่ง แบ่งเป็นบนเกาะแมนฮัตตัน 9 แห่ง ในเขตแฟร์ฟิลด์ รัฐคอนเนคทิคัต 3 แห่ง และในเขตเวสต์เชสเตอร์ รัฐนิวยอร์กอีก 2 แห่ง รวมถึงพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าอีกประมาณ 700,000 ตารางฟุต

 

 

 

Related Links :

http://www.esbnyc.com

Are you a Corporate Representative of Empire State Realty Trust, Inc., an investor, or a member of the Business Press?



ตึกเอ็มไพร์สเตท จับมือ iHeartMedia เปิดการแสดงแสงสีประกอบเพลงของชอว์น เมนเดส เพื่อมูลนิธิโรบินฮู้ด

By | PR, TH

นิวยอร์ก–10 พฤษภาคม 2562–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แฟนๆ สามารถฟังสดผ่านสถานีวิทยุ Z100 เวลา 22.30 น.

ตึกเอ็มไพร์สเตท จับมือกับ iHeartMedia ประกาศเปิดการแสดงแสงสีบนตึกเอ็มไพร์สเตทประกอบเพลงฮิต "If I Can’t Have You" ของชอว์น เมนเดส นักร้องและนักแต่งเพลงผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่สองครั้ง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับมูลนิธิโรบินฮู้ด องค์กรต่อสู้ความยากจนที่ใหญ่ที่สุดในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งจัดงานเลี้ยงการกุศลประจำปี 2562 ในวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม การแสดงที่ออกแบบโดยมาร์ก บริคแมน นักออกแบบแสงสีชื่อก้องโลก จะเกิดขึ้นพร้อมกับการแสดงสดของชอว์น เมนเดส ในงานเลี้ยงการกุศลของมูลนิธิโรบินฮู้ด ณ Javits Center ในนิวยอร์ก พร้อมกระจายเสียงผ่านสถานีวิทยุ Z100 ของ iHeartMedia ณ เวลา 22.30 น.ตามเวลา ET

คุณแอนโทนี อี มัลกิน ประธานและซีอีโอของเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ กล่าวว่า "ตึกเอ็มไพร์สเตทให้การสนับสนุนมูลนิธิโรบินฮู้ดและความพยายามในการต่อสู้กับความยากจนในเมืองของเรามาตั้งแต่ปี 2551 และในปีนี้ เราได้ร่วมมือกับ iHeartMedia และชอว์น เมนเดส ในการแสดงพันธกิจของทางมูลนิธิสู่สายตาชาวนิวยอร์กและทั่วโลก ผ่านการแสดงแสงสีและการกระจายเสียงทางสถานีวิทยุ"

ชอว์น เมนเดส นักร้องและนักแต่งเพลงผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่และทำยอดขายระดับแพลทินัม ปล่อยซิงเกิลล่าสุด "If I Can’t Have You" เป็นครั้งแรกทางสถานีวิทยุ Z100 เมื่อต้นเดือนนี้ ทั่วโลก เขาทำยอดขายได้มากกว่า 15 ล้านอัลบัม และ 100 ล้านซิงเกิล นอกจากนั้นยังมียอดสตรีมเพลงมากกว่า 2 หมื่นล้านครั้ง และมียอดวิวในยูทูบ 5 พันล้านวิว เขาทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกมาแล้วสองครั้ง โดยขายบัตรกว่า 1 ล้านใบหมดเกลี้ยงในหลายประเทศทั่วโลกภายในไม่กี่นาที และล่าสุดทัวร์คอนเสิร์ต Shawn Mendes: The Tour ได้เริ่มเดินสายเมื่อเดือนมีนาคม 2562 และจะจัดแสดงรวมเวลานานกว่า 100 วันทั่วสหราชอาณาจักร ยุโรป อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ ชอว์น เมนเดส ครองที่หนึ่งจากการจัดอันดับ "21 Under 21" หรือ 21 ศิลปินอายุน้อยกว่า 21 ปีที่มีอิทธิพลมากที่สุดในปี 2560 ของนิตยสารบิลบอร์ด และติดอันดับ "30 Under 30" ของนิตยสารฟอร์บส รวมถึงติดโผ "25 Under 25" ของสปอติฟาย และติดอันดับ "วัยรุ่นทรงอิทธิพลที่สุด" ของนิตยสารไทมส์ 4 ปีซ้อน

คุณจอห์น ไซคส์ ประธาน Entertainment Enterprises ของ iHeartMedia กล่าวว่า "ในค่ำคืนวันจันทร์ ชอว์น เมนเดส จะได้รับเกียรติให้เป็นชาวนิวยอร์กคนหนึ่ง และ iHeartMedia ภูมิใจที่ได้จับมือกับตึกเอ็มไพร์สเตทในการแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของชอว์นในการช่วยเหลือมูลนิธิโรบินฮู้ดต่อสู้กับความยากจนในเมืองของเรา" 

มูลนิธิโรบินฮู้ด คือองค์กรต่อสู้ความยากจนที่ใหญ่ที่สุดในมหานครนิวยอร์ก โดยทำงานร่วมกับองค์กรไม่แสวงผลกำไรชั้นนำมากกว่า 200 แห่ง เพื่อช่วยเหลือหลายๆครอบครัวให้หลุดพ้นจากความยากจน งานเลี้ยงการกุศลประจำปีของทางมูลนิธิ ซึ่งเป็นงานระดมทุนไม่แสวงผลกำไรงานใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ได้รับเกียรติจากผู้นำเกือบ 4,000 ท่านจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของทางมูลนิธิ

คุณเวส มัวร์ ซีอีโอของมูลนิธิโรบินฮู้ด กล่าวว่า "งานเลี้ยงการกุศลประจำปีของเราเป็นวิธีที่ได้ผลในการรวมคนในเมืองให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อสนับสนุนพันธกิจของเราในการช่วยเหลือบุคคลและครอบครัวให้หลุดพ้นจากความยากจนอย่างยั่งยืน เราตื่นเต้นที่ได้ฉลองร่วมกับทั้งเมือง และยินดีที่มีพันธมิตรและผู้สนับสนุนอันยอดเยี่ยมคอยยืนอยู่เคียงข้างเราในภารกิจสำคัญอย่างการช่วยให้ชาวนิวยอร์กมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ"

วิดีโอการแสดงแสงสีทั้งหมด พร้อมการปรากฏตัวของแขกพิเศษอย่างชอว์น เมนเดส จะถูกโพสต์บนยูทูบของตึกเอ็มไพร์สเตท (www.youtube.com/esbnyc) และเฟซบุ๊ก (www.facebook.com/empirestatebuilding) ทันทีที่จบการแสดง เพื่อให้ผู้ชมทั่วโลกได้ร่วมสนุกไปด้วยกัน

เกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตท

ตึกเอ็มไพร์สเตทมีความสูง 1,454 ฟุต (จากฐานถึงเสาอากาศ) เหนือย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน อาคารแห่งนี้เป็นของบริษัท เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ และเป็น "อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก" การลงทุนใหม่ๆในเรื่องการประหยัดพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่สาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ส่งผลให้ตึกเอ็มไพร์สเตทสามารถดึงดูดผู้เช่าชั้นหนึ่งจากหลากหลายวงการทั่วโลก ทั้งนี้ ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโลกจากการสำรวจของอูเบอร์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาคารยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาจากการสำรวจของสถาบันสถาปัตยกรรมแห่งอเมริกา รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตึกเอ็มไพร์สเตทได้ที่ www.empirestatebuilding.com, www.facebook.com/empirestatebuilding, @EmpireStateBldg, www.instagram.com/empirestatebldg, http://weibo.com/empirestatebuilding, www.youtube.com/esbnyc และ www.pinterest.com/empirestatebldg/

เกี่ยวกับเอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์

เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ อิงค์ (NYSE: ESRT) คือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โดยเป็นผู้ครอบครอง บริหารจัดการ ดำเนินงาน เข้าซื้อ และรีโพสิชั่นอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกบนเกาะแมนฮัตตันรวมถึงมหานครนิวยอร์ก ซึ่งรวมไปถึงตึกเอ็มไพร์สเตท อาคารสำนักงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เอ็มไพร์ สเตท เรียลตี้ ทรัสต์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มหานครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก และนับจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 บริษัทมีสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่ารวม 10.1 ล้านตารางฟุต ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 9.4 ล้านตารางฟุตในอาคารสำนักงาน 14 แห่ง แบ่งเป็นบนเกาะแมนฮัตตัน 9 แห่ง ในเขตแฟร์ฟิลด์ รัฐคอนเนคทิคัต 3 แห่ง และในเขตเวสต์เชสเตอร์ รัฐนิวยอร์กอีก 2 แห่ง รวมถึงพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าอีกประมาณ 700,000 ตารางฟุต

เกี่ยวกับ iHeartMedia

iHeartMedia คือบริษัทผู้บริหารคลื่นวิทยุอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้ฟังมากกว่า 250 ล้านคนต่อเดือน หรือ 9 ใน 10 ของชาวอเมริกันทั้งหมด นับว่าเข้าถึงผู้ฟังมากที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทสื่อทั้งหมดในประเทศ บริษัทเผยแพร่คอนเทนต์ผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม ได้แก่ สถานีวิทยุ 850 สถานี, แอป iHeartRadio ผ่าน 250 แพลตฟอร์ม และอุปกรณ์ 2,000 รูปแบบ เช่น ลำโพงอัจฉริยะ สมาร์ทโฟน ทีวี และเครื่องเล่นเกม, อินฟลูเอนเซอร์ในโลกออนไลน์, โซเชียลมีเดีย, การแสดงดนตรีสด และพอดแคสต์ โดยเป็นผู้ให้บริการพอดแคสต์เชิงพาณิชย์อันดับหนึ่ง นอกจากนี้ iHeartMedia ยังนำเสนอเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลให้แก่พันธมิตรด้านการตลาด โดยรวบรวมข้อมูลมาจากฐานลูกค้าจำนวนมหาศาล ทั้งนี้ iHeartMedia เป็นบริษัทในเครือ iHeartMedia, Inc. (PINK: IHRTQ) สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ iHeartMedia.com

เกี่ยวกับมูลนิธิโรบินฮู้ด

มูลนิธิโรบินฮู้ด ก่อตั้งขึ้นในปี 2531 เพื่อแสวงหา ส่งเสริม และสร้างสรรค์โซลูชันที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพที่สุดในการช่วยให้หลายครอบครัวในมหานครนิวยอร์กหลุดพ้นจากความยากจน โดยมีแม่แบบที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั่วประเทศ ทางมูลนิธิใช้เงินมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อมอบความช่วยเหลือทางกฎหมาย ที่อยู่อาศัย อาหาร การฝึกอบรมแรงงาน การศึกษา ฯลฯ แก่ครอบครัวที่ยากจนในมหานครนิวยอร์ก ทางมูลนิธิติดตามวัดผลทุกโครงการอย่างเข้มงวด และเนื่องจากคณะกรรมการบริหารมูลนิธิดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด เงินบริจาค 100% จึงถูกนำไปใช้ในการต่อสู้กับความยากจนโดยตรง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.robinhood.org หรือติดตามความเคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม

 

Related Links :

http://www.esbnyc.com

Are you a Corporate Representative of Empire State Realty Trust, Inc., an investor, or a member of the Business Press?



โรงกษาปณ์แคนาดาเปิดตัวเหรียญกษาปณ์ 3 รุ่น เพื่อยกย่องพระราชินีวิกตอเรีย

By | PR, TH

ออตตาวา, ออนแทรีโอ–8 พ.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

โรงกษาปณ์แคนาดาฉลองครบรอบ 200 ปี การพระราชสมภพของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ผู้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติอันเป็นจุดเริ่มต้นสมาพันธรัฐแคนาดาเมื่อปี 1867 และเลือกเมืองออตตาวาเป็นเมืองหลวงของประเทศ จนทุกวันนี้ มรดกของสมเด็จพระราชินียังคงปรากฎอยู่ในหลายเมือง ทั้งชื่อของถนน โรงเรียน ตลอดจนสถานที่สำคัญต่างๆ และล่าสุดโรงกษาปณ์แคนาดาก็ได้ผลิตออกเหรียญที่ระลึกออกมาทันเวลาในช่วงวันหยุดราชการเพื่อเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชินีพอดี ประกอบด้วย เหรียญเงินเกรดดี หนัก 5 ออนซ์ สลักพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ในช่วงปี 1838, เหรียญทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบสี ซึ่งจำลองมาจากสแตมป์ราคา 50 เซนต์ ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปีของพระราชินีนาถวิกตอเรียเมื่อปี 1897 และเหรียญทองคำแท้สลักพระฉายาลักษณ์ของพระราชินีขณะทรงพระเยาว์พร้อมระบุปี 1819-2019 ไว้ด้านบน โดยเหรียญทั้ง 3 รุ่นมีวางจำหน่ายแล้วในขณะนี้

The Royal Canadian Mint's stamp-shaped fine silver coin celebrating the 200th anniversary of the birth of Queen Victoria.


The Royal Canadian Mint’s stamp-shaped fine silver coin celebrating the 200th anniversary of the birth of Queen Victoria.

นอกจากนี้ ยังมีเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ที่ผลิตขึ้นในปี 2019 นี้ อย่าง เหรียญเงินเกรดดีชนิด 30 ดอลลาร์ รุ่น 60 Years of Prominence : The St. Lawrence Seaway ซึ่งเป็น เหรียญกษาปณ์ที่ผลิตจากเงินแท้ 99.99 % และออกแบบโดยแคลร์ วัตสัน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 6 ทศวรรษของความสัมพันธ์สหรัฐ-แคนาดาที่ยังคงเดินหน้าและรักษาการติดต่อทางการค้าที่สำคัญนี้ไว้ เหรียญรุ่นนี้ได้รับการออกแบบในเชิงสัญลักษณ์ ให้ขอบเหรียญเป็นภาพการเชื่อมโยงกันของโซ่สมอเรือ เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์ทางการค้าอันแข็งแกร่งที่เกิดจากการเส้นทางทะเล ขณะที่ภายในเป็นรูปใบเมเปิ้ลแฉกและดาวฤกษ์ประดับอยู่บนคันธนูของเรือบรรทุกสินค้าซึ่งกำลังแล่นออกจากที่ล็อคขนาดใหญ่ เพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของช่องทางการขนส่งที่โด่งดังจากแคนาดาและสหรัฐอเมริกา

โรงกษาปณ์แคนาดายังภูมิใจที่จะเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ด้วยเหรียญเงินเกรดดีชนิด 20 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น Sparkle of the Heart จากผลงานการออกแบบลวดลายดอกไม้บนเหรียญของอันนา บุชชาเรลลี่ เสริมด้วยโครงสร้างสลักนูนอันประณีต พร้อมประดับเพชรแท้ของแคนาดาจาก Fire and IceTM และใช้กลไกที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของ Dancing Diamond™ ซึ่งพัฒนาโดย Beverly Hills Jewelers Canada ทำให้เพชรสามารถส่ายไปมาและเปล่งประกายได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับเหรียญที่ระลึกที่ออกแบบอย่างประณีตรุ่นอื่นๆ ซึ่งเปิดตัวในเดือนนี้ ประกอบด้วย:

  • ชุดเหรียญเงินเกรดดีประจำปี 2019 – คอลเลคชั่น Canadian Maple Master ที่ออกแบบโดยสตีฟ เฮปเบิร์น ใช้เงินบริสุทธิ์ 99.99% และมีน้ำหนักตั้งแต่ 1 ออนซ์ ถึง 1 กิโลกรัม
  • เหรียญเงินเกรดดีหนัก 3 ออนซ์ และเหรียญทองคำแท้หนัก 1 ออนซ์ ที่สลักด้วยทองคำทั้งสองแบบ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของเหรียญ Gold Maple Leaf
  • ชุดเหรียญเงินเกรดดีหนัก 5 ออนซ์ ประจำปี 2019 ชนิดราคา 50 เซนต์
  • เหรียญเงินเกรดดีชนิด 20 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น Canadian Fauna: The Fox ผลงานการวาดภาพสีโดยดับเบิลยู อัลลัน แฮนค็อก
  • เหรียญเงินเกรดดีชนิด 8 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น Pandas: A Golden Gift of Friendship – เหรียญเงินชุบทอง ที่ออกแบบโดย ไซม่อน อึ้ง
  • เหรียญเงินเกรดดีชนิด 3 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น Celebrating Canadian Fun and Festivities – Tulips ออกแบบโดยสตีฟ เฮปเบิร์น และ
  • เหรียญเงินเกรดดีชนิด 5 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น Zodiac Series: Gemini ออกแบบโดยโจรี ฟาน เดอร์ ลินด์

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์ ราคา และเบื้องหน้าเบื้องหลังเหรียญแต่ละรุ่นได้ที่แท็บ "Shop" บนเว็บไซต์www.mint.ca และรับชมรูปภาพของเหรียญกษาปณ์ทั้งหมดได้ที่

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดสามารถสั่งซื้อได้โดยตรงจากโรงกษาปณ์ที่หมายเลข 1-800-267-1871 ในแคนาดา หมายเลขโทรศัพท์ 1-800-268-6468 ในสหรัฐอเมริกา หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของทางโรงกษาปณ์ นอกจากนี้เหรียญกษาปณ์ยังมีวางจำหน่ายที่ร้านของโรงกษาปณ์แคนาดาในกรุงออตตาวาและเมืองวินนิเพ็ก เช่นเดียวกับเครือข่ายผู้ค้าปลีกและผู้ค้าส่งระดับโลก ซึ่งรวมถึงร้านค้าของไปรษณีย์แคนาดาที่ร่วมโครงการ

เกี่ยวกับโรงกษาปณ์แคนาดา (Royal Canadian Mint)

โรงกษาปณ์แคนาดาเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ (Crown Corporation) ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องการผลิตเหรียญกษาปณ์และการจำหน่ายเหรียญหมุนเวียนของแคนาดา โรงกษาปณ์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงกษาปณ์ขนาดใหญ่และมีความหลากหลายมากที่สุดในโลก โดยให้บริการผลิตภัณฑ์เหรียญหลายประเภทที่มีความเฉพาะเจาะจงและมีคุณภาพสูง รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องในระดับนานาชาติ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของโรงกษาปณ์แคนาดา กรุณาเข้าชมwww.mint.ca

รูปภาพ –https://mma.prnewswire.com/media/883477/Royal_Canadian_Mint_The_Royal_Canadian_Mint_releases_a_trio_of_c.jpg

ติดต่อ:

อเล็กซ์ รีฟส์ (Alex Reeves)

ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการสื่อสาร

โทร: (613) 949-5777

อีเมล: [email protected]

 

 

Related Links :

http://www.mint.ca

Are you a Corporate Representative of Royal Canadian Mint (RCM), an investor, or a member of the Business Press?



ไมโครซอฟท์ นำเสนอประสบการณ์คลาวด์และเครื่องมือใหม่สำหรับนักพัฒนา ที่งาน Microsoft Build

By | PR, TH

ไมโครซอฟท์ เปิดตัวความร่วมมือด้าน AI และนวัตกรรมคลาวด์แบบไฮบริด สำหรับ Microsoft 365 และ Microsoft Azure

เรดมอนด์, วอชิงตัน–6 พฤษภาคม 2562 /พีอาร์นิวส์ไวร์/ — เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่งาน Microsoft Build 2019 ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีสำหรับนักพัฒนาของไมโครซอฟท์ ทางบริษัทได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเปิดทางให้เหล่านักพัฒนาได้สร้างสรรค์โซลูชั่นอันชาญฉลาดและทรงประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ลูกค้าและพันธมิตรของไมโครซอฟท์ อาทิ Starbucks, J.P. Morgan, Kroger, Spatial และ Epic Games ยังได้มาร่วมจัดแสดงซูโลชันใหม่ ๆ ที่มอบประสบการณ์สุดอัจฉริยะและยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ

ภายในงานได้มีการประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ ตลอดจนบริการทรงประสิทธิภาพทั้งบนแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ รวมถึงขีดความสามารถด้าน AI ใน Microsoft 365 เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังได้ปล่อยเทคโนโลยีแบบโอเพ่นซอร์ซและเครื่องมือใหม่ ๆ สำหรับนักพัฒนา Azure และ Windows ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นและเชื่อถือได้ของไมโครซอฟท์ ยังได้รวบรวมเหล่านักพัฒนาและความสามารถทางเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อลูกค้าองค์กรและผู้ใช้งานทั่วไป ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน, ข้อมูล, AI และ MR, ผลิตภาพและความร่วมมือ ไปจนถึงแอปพลิเคชั่นทางธุรกิจ และวงการเกม ในโอกาสนี้ นายสัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟท์ ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน พร้อมเผยถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทและโอกาสของนักพัฒนา ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของไมโครซอฟท์ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Azure, Microsoft Dynamics 365 และ Power Platform, Microsoft 365 และ Microsoft Gaming

"ด้วยความที่การประมวลผลเข้ามามีส่วนร่วมในทุกแง่มุมของชีวิต สิ่งที่เหล่านักพัฒนาตัดสินใจเลือกจึงเป็นตัวกำหนดทิศทางของโลกที่เราอาศัยอยู่" สัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟท์ กล่าว "ไมโครซอฟท์มุ่งมั่นที่จะส่งมอบเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือให้กับเหล่านักพัฒนา โดยครอบคลุมทุกเลเยอร์ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์มหัศจรรย์ ซึ่งจะเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับทุกคน"

Microsoft 365: โลกแห่งคลาวด์ทรงประสิทธิภาพ

Microsoft 365 มอบประสบการณ์แบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดไปจนถึงธุรกิจขนาดเล็ก และตั้งแต่พนักงานที่ใช้ความรู้ (knowledge worker) จนถึงพนักงานหน้างาน (Firstline Worker) โดย Microsoft Graph ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานของ Microsoft 365 นั้น เป็นหนึ่งในเครื่องมือกราฟที่ครอบคลุมกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรมากที่สุด ด้วยความสามารถในการทำแผนที่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ข้อมูล และกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อแสดงจุดเชื่อมโยงและมุมมองในเชิงลึก ซึ่งช่วยปรับปรุงวิธีการทำงานของพนักงาน รวมถึงการทำงานร่วมกันเป็นทีม

ข่าวใหม่ของวันนี้ประกอบด้วย:

  • วันนี้ เรากำลังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาได้ต่อยอด Microsoft Graph ด้วยการนำเสนอความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่ใน Microsoft Graph ทั้งนี้ Microsoft Graph data connect เป็นบริการที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถผสานรวมข้อมูลจาก Microsoft Graph เข้ากับข้อมูลธุรกิจของตนเองได้อย่างปลอดภัยและในปริมาณมากด้วยการใช้ Azure Data Factory วิธีการนี้สามารถสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของลูกค้าที่ต้องการแอปพลิเคชันที่มีข้อมูลเชิงลึกในระดับใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนโดยชุดข้อมูลขนาดใหญ่ กับความต้องการของผู้ดูแลระบบไอทีที่จำเป็นต้องพิจารณาความท้าทายในการขับเคลื่อนและจัดการข้อมูลจำนวนมากขององค์กร
    • Microsoft Graph data connect เปิดให้ใช้งานโดยทั่วไปแล้ว โดยเป็นฟีเจอร์หนึ่งใน Workplace Analytics และจำหน่ายในรูปแบบ SKU แบบสแตนด์อโลนสำหรับผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (ISV)
  • เพื่อเปิดทางให้บุคลากรและทีมงานได้สร้างสรรค์งานร่วมกัน วันนี้ เราจึงประกาศเปิดตัว Fluid Framework ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม web-based โฉมใหม่ และแบบจำลองเอกสารแบบ componentized ที่จะมาสร้างประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟร่วมกัน Fluid จะทำลายอุปสรรคของเอกสารแบบดั้งเดิมอย่างที่เรารู้กัน และจะพาไปสู่จุดเริ่มต้นของผืนผ้าใบที่ไหลลื่น คาดว่า Fluid จะวางจำหน่ายแก่เหล่านักพัฒนาในปลายปีนี้ผ่านทางชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ ขณะเดียวกัน ภายในปีนี้ เรายังเตรียมที่จะส่งมอบประสบการณ์การใช้งาน Microsoft 365 ซึ่งขับเคลื่อนโดย Fluid เป็นครั้งแรก โดยขีดความสามารถใหม่ ๆ ประกอบด้วย:
    • สามารถแยกเนื้อหาจากเว็บหรือแอป และนำมาประกอบขึ้นใหม่เป็นส่วนประกอบย่อย ๆ เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ร่วมกันได้ง่ายยิ่งขึ้น
    • มอบประสบการณ์การทำงานร่วมกันบนเอกสาร (co-authoring) ได้หลายคนและมีประสิทธิภาพสูง ด้วยความเร็วที่ยังไม่มีใครในอุตสาหกรรมทำได้มาก่อน
    • สร้างห้องสำหรับตัวแทนอัจฉริยะ (intelligent agent) เพื่อทำงานร่วมกับมนุษย์ในด้านการจัดการเอกสาร ดึงเนื้อหา แนะนำรูปภาพ ระบุผู้เชี่ยวชาญ แปลข้อมูล และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • ในวันนี้ เรายังประกาศฟีเจอร์ใหม่ ๆ สำหรับ Microsoft Edge เวอร์ชั่นถัดไป ที่จะมาขจัดปัญหาหงุดหงิดบางประการที่พบในการใช้เบราว์เซอร์สมัยนี้ ได้แก่:
    • IE mode — ผนวกรวม Internet Explorer เข้ากับ Microsoft Edge โฉมใหม่โดยตรงผ่านทางแท็บ ช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ยังคงรันบน Internet Explorer แบบเก่าได้ในเบราว์เซอร์สมัยใหม่ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ใช้เบราว์เซอร์หลายตัว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของธุรกิจในปัจจุบัน
    • Privacy tools — ลูกค้าสามารถเลือกปรับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวใน Microsoft Edge ได้ 3 ระดับ คือ Unrestricted, Balanced และ Strict โดย Microsoft Edge จะปรับวิธีการที่บุคคลที่สามจะสามารถแกะรอยคุณผ่านเว็บไซต์ โดยอิงจากตัวเลือกที่คุณเลือก ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกที่โปร่งใสมากขึ้น เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่มีความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
    • Collections — ช่วยจัดการภาวะข้อมูลท่วมท้นที่ลูกค้ารู้สึกเมื่อใช้งานเว็บไซต์ทุกวันนี้ โดย Collections ช่วยให้คุณสามารถรวบรวม จัดระเบียบ แบ่งปัน และส่งออกเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการผนวกรวมกับ Office
    • ฟีเจอร์เหล่านี้และอีกมากมายจะเริ่มวางจำหน่ายและให้บริการในช่วงต่อ ๆ ไป ขณะที่เราใกล้ที่จะเปิดตัว Microsoft Edge เวอร์ชั่นใหม่ออกสู่ผู้ใช้งานในวงกว้างมากขึ้น
  • วันนี้ เรายังได้ประกาศถึงวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตของตัวแทนอัจฉริยะ แนวทางใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างอินเทอร์เฟซการสนทนาที่มีประสิทธิภาพจากข้อมูลและการเรียนรู้ของเครื่อง แทนกฎระเบียบ เจตนา และรหัส เรามองเห็นโลกที่ทุกองค์กรมีตัวแทนอัจฉริยะ เหมือนกับที่ในปัจจุบันนี้ ทุกองค์กรต่างมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ทั้งนี้ ประสบการณ์การสนทนานั้นเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ด้วยกล่องโต้ตอบแบบ multiturn ซึ่งครอบคลุมหลายโดเมน และที่สำคัญคือ เป็นการทำงานร่วมระหว่างตัวแทนหลายตัว เราเพิ่มทีม Semantic Machines เพื่อเร่งการทำงานของเราในส่วนนี้ เทคโนโลยีนี้จะผนวกรวมเข้ากับประสบการณ์การสนทนาในอนาคต ซึ่งรวมถึง Cortana และจะเปิดให้นักพัฒนาได้ใช้งานใน Microsoft Bot Framework และ Azure Bot Service

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ล่าสุดของ Microsoft 365 รวมถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือใหม่ ๆ จาก Windows, Office และ Microsoft Teams ได้ที่ https://www.microsoft.com/en-us/microsoft-365/blog/2019/05/06/build-2019-people-centered-experiences-microsoft-365-productivity-cloud/

เทคโนโลยีโอเพนซอร์ซและเครื่องมือใหม่ ๆ สำหรับนักพัฒนา เพื่อสร้างสรรค์แอปอัจฉริยะจากคลาวด์ถึงเอดจ์

Azure Kubernetes Service (AKS) คือหนึ่งในบริการที่เติบโตเร็วที่สุดใน Azure บริษัทระดับโลก เช่น ASOS เลือกใช้บริการนี้เพื่อจัดการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของ app container บนคลาวด์ พร้อมมอบความน่าเชื่อถือและยืดหยุ่นที่มากกว่าเดิม โดยที่งาน Microsoft Build ครั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้นำเสนอฟีเจอร์และความสามารถใหม่ ๆ ที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนและปกป้องภาระงานของ Kubernetes:

  • Kubernetes Eventdriven Autoscaling (KEDA) คือส่วนประกอบแบบโอเพนซอร์ซที่รองรับการติดตั้งคอนเทนเนอร์โดยไม่ใช้เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจะทำงานเมื่อมีเหตุการณ์ที่ระบุเกิดขึ้น (event-driven) บน Kubernetes โดยสร้างขึ้นจากการร่วมมือกับ Red Hat ทั้งนี้ ในการจัดแสดงต่อสาธารณะ KEDA ได้นำเสนอตัวเลือกคอนเทนเนอร์ใหม่สำหรับ Azure Functions ที่สามารถติดตั้งในรูปแบบของคอนเทนเนอร์หนึ่งในกลุ่มคลัสเตอร์ Kubernetes ทำให้สามารถใช้โมเดลการเขียนโปรแกรม Azure Functions และตัวควบคุมขนาดการใช้งาน Kubernetes ทุกรูปแบบทั้งในคลาวด์ หรือแบบออนพรีมิสด้วย OpenShift
  • Azure Policy for AKS ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มคลัสเตอร์ AKS ในการทำงานที่สอดคล้องกันแบบรวมศูนย์ Azure Policy ปิดกั้นการละเมิดใด ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน และประเมินการปฏิบัติตามกฎระเบียบในกลุ่มคลัสเตอร์ที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อการมองเห็นสภาพแวดล้อมการทำงานได้อย่างทันท่วงที

ควอนตัมคือพื้นที่ใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักพัฒนา โดยไมโครซอฟท์ได้ออกแบบ Q# ขึ้นมาเพื่อการเขียนโปรแกรมควอนตัมโดยเฉพาะ เพื่อมอบภาษาเขียนโปรแกรมระดับสูงที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยระบบแบบเนทีฟสำหรับคิวบิต โอเปอเรเตอร์ และอื่น ๆ ที่งาน Microsoft Build ครั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้เปิดรับคอมไพเลอร์และซิมูเลเตอร์ภาษา Q# เพื่อสนับสนุนการเติบโตของชุมชนนักพัฒนา Q# และปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ เพื่อให้พาร์ทเนอร์และสตาร์ทอัพสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับธุรกิจของตนเองต่อไป

นักพัฒนาใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับการออกแบบงานโดยสลับไปมาระหว่างแอปพลิเคชัน บริการ และเครื่องมือ เพื่อช่วยปรับปรุงการจัดสรรเวลาพัฒนาได้ดีขึ้น ไมโครซอฟท์จึงได้นำระบบอัตลักษณ์องค์กร (enterprise identity) ที่ใช้กันมากที่สุดในโลกอย่าง Azure Active Directory (Azure AD) เข้าสู่ GitHub ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้า GitHub Enterprise ได้รับผลประโยชน์จากการจัดการและรักษาความปลอดภัยของ Azure AD ควบคู่ไปกับการเชื่อมบัญชีระหว่างระบบต่าง ๆ ปัจจุบันนักพัฒนาสามารถใช้บัญชี GitHub ที่มีอยู่ ซึ่งรวมถึง Azure Portal และ Azure DevOps เพื่อเข้าใช้ Azure การอัพเดทนี้ช่วยให้นักพัฒนาของ GitHub สามารถเปลี่ยนจากคลังข้อมูลไปสู่การนำไปใช้งานได้ด้วยบัญชี GitHub ของตัวเอง

การสนับสนุนและการจัดการการเติบโตอย่างรวดเร็วในข้อมูลแอปพลิเคชัน และการสร้างรากฐานสำหรับความสามารถ AI คือองค์ประกอบสำคัญเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันคลาวด์สมัยใหม่ ตัวเลือก Hyperscale (Citus) ใหม่ใน Azure Database สำหรับ PostgreSQL ได้ถูกเพิ่มเข้าสู่ Azure SQL Database Hyperscale เพื่อให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความหน่วงต่ำได้โดยใช้ทักษะที่มีอยู่ Azure Database Hyperscale เพิ่มพลังการคำนวณ การจัดเก็บ และทรัพยากรความจำที่จำเป็นได้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้นักพัฒนามุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์การใช้งานแอปโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและข้อจำกัดของขนาด Azure คือระบบคลาวด์เพียงหนึ่งเดียวที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถขยายไปได้ในหลายเอ็นจิน ทั้งฐานข้อมูล SQL ของตัวเอง และฐานข้อมูลโอเพนซอร์ซ เช่น PostgreSQL

พัฒนาโซลูชั่นเพื่อกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใส

เราเชื่อว่าเทคโนโลยีสามารถมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งที่โปร่งใส และเชื่อว่าบริษัทเทคโนโลยีมีหน้าที่รับผิดชอบในการสนับสนุนการเลือกตั้งที่โปร่งใส วันนี้ ไมโครซอฟท์ขอประกาศเปิดตัวสองโซลูชั่นใหม่ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความโปร่งใสของระบบการลงคะแนนทั่วโลก:

  • ElectionGuard เป็นชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ซ ซึ่งไมโครซอฟท์ได้พัฒนาขึ้นร่วมกับ Galois เพื่อทำให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใสและประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ทั้งยังทำหน้าที่เป็นคู่มือและเครื่องมือในการสร้างระบบการลงคะแนนที่เปิดกว้างมากขึ้น ไมโครซอฟท์ขอเชิญชวนให้นักพัฒนาทั่วโลกมาร่วมมือกันต่อยอดและรวม ElectionGuard เข้าในระบบการลงคะแนนทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและระบบใหม่ในอนาคต ทั้งนี้ ElectionGuard SDK จะเปิดให้ใช้งานในฤดูร้อนนี้บน GitHub และไมโครซอฟท์ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำหลายรายในการนำร่องใช้บริการนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต
  • นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังประกาศเปิดตัว Microsoft 365 for Campaigns ก่อนเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน โดยบริการใหม่นี้จะมอบความสามารถระดับสูงของ Microsoft 365 Business ให้กับบรรดาพรรคการเมืองและทีมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยในเบื้องต้นจะให้บริการแก่หน่วยงานรัฐบาลกลางในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ บริการใหม่นี้ยังใช้งานง่ายและจำหน่ายในราคาย่อมเยา ทั้งยังมีการตั้งค่ามาแล้วล่วงหน้าเพื่อช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในการหาเสียง ทั้งนี้ Microsoft 365 for Campaigns พัฒนาต่อยอดมาจาก AccountGuard ซึ่งเป็นบริการแจ้งเตือนการโจมตีระดับรัฐและระดับประเทศ รวมถึงการตรวจจับภัยคุกคาม ที่เราได้ประกาศเปิดตัวไปในปี 2561 เพื่อช่วยให้องค์กรการเมืองมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ไม่ยุ่งยาก ด้วยโปรแกรมเฉพาะด้านที่ทีมหาเสียงสามารถใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ทีมหาเสียงที่สนใจ สามารถลงชื่อเข้าใช้บริการนี้ได้ที่ https://m365forcampaigns.microsoft.com

ทุ่มลงทุนเพื่อกระชับความสำพันธ์กับพันธมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
พันธมิตรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้า และไมโครซอฟท์มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนพันธมิตรเหล่านี้ นับตั้งแต่เปิดตัวโปรแกรมการขายร่วม (co-sell) โปรแกรมแรกที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรได้เข้ามาร่วมในเครือข่ายการขายระดับโลกของไมโครซอฟท์ จนถึงปัจจุบันมีผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (ISV) เกือบ 3,000 รายบน Azure ซึ่งสร้างรายได้มากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โปรแกรมของเราได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้าองค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการแนะนำโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องจากพันธมิตร ISV บน Azure วันนี้ ไมโครซอฟท์ขอประกาศขยายโปรแกรมนี้เพิ่มเติม ได้แก่:

  • ขยาย co-sell ไปยัง Microsoft 365, Dynamics 365 และ Power Platform เพื่อสร้างความร่วมมือในเชิงลึกมากขึ้นในด้านการขายแอปพลิเคชั่นแบบ line-of-business
  • เพิ่มแรงจูงใจในการขายให้กับกลุ่มพันธมิตรช่องทางจำหน่ายของไมโครซอฟท์ เมื่อพันธมิตรจำหน่ายโซลูชั่น ISV ผ่านทางโปรแกรมผู้ให้บริการโซลูชั่นคลาวด์ หรือ Cloud Solution Provider (CSP) Program ของไมโครซอฟท์ ทั้งนี้ สำหรับ ISV ทุกประเภททั้งรายใหญ่และรายเล็ก โปรแกรมนี้จะนำเสนอในรูปแบบ "channel as a service" เพื่อเร่งผลักดันการซื้อของลูกค้า ผ่านทางช่องทางการจัดจำหน่ายของไมโครซอฟท์ที่นับว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

ขณะเดียวกัน ด้วยการเปิดตัว transactable seat-based SaaS สำหรับ AppSource และ Azure Marketplace ไมโครซอฟท์จะช่วยให้ลูกค้าในกว่า 141 ประเทศ สามารถเข้าถึงนวัตกรรมจากพันธมิตรของเราได้เร็วขึ้น ผ่านทาง cloud marketplaces ของไมโครซอฟท์ หรือผ่านทางช่องทางจัดจำหน่ายทั่วโลก

ไมโครซอฟท์ (Nasdaq "MSFT" @microsoft) เป็นผู้ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ในโลกแห่งอัจฉริยะภาพของเทคโนโลยีคลาวด์ที่ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและทุกองค์กรทั่วทุกมุมโลกได้บรรลุผลสำเร็จที่ดียิ่งกว่า

โลโก้ – https://mma.prnewswire.com/media/24227/microsoft_corp_logo226_9217jpg.jpg  

Related Links :

http://www.microsoft.com

Are you a Corporate Representative of Microsoft Corp., an investor, or a member of the Business Press?