Category

TH

Guide Sensmart เปิดตัวกล้องความร้อนประสิทธิภาพสูงขับเคลื่อนด้วย AI ยกระดับการตรวจสอบในอุตสาหกรรม

By | PR, TH

อู่ฮั่น, จีน–19 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา Guide Sensmart ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และโซลูชันการถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรดชั้นนำของจีน ได้เปิดตัวกล้องถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรดประสิทธิภาพสูงในรุ่น PS Series เป็นครั้งแรกของโลก โดยได้รับการปรับปรุงผ่านการผสมผสานระหว่างการปรับแต่งระดับสูง ประสิทธิภาพชั้นยอด และการถ่ายภาพระดับคุณภาพ


กล้องถ่ายภาพความร้อน PS Series มาพร้อมประสิทธิภาพที่น่าตื่นเต้น มอบโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการยกระดับประสบการณ์ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

กล้องถ่ายภาพความร้อน PS Series ของ Guide Sensmart มาพร้อมกับมอเตอร์โฟกัสรุ่นใหม่และการควบคุมสเต็ปปิงมอเตอร์ที่มีความแม่นยำสูง ด้วยอัลกอริทึมโฟกัสภาพแบบอัตโนมัติรุ่นใหม่ ทำให้กล้องเสร็จสิ้นขั้นตอนการโฟกัสอัตโนมัติอัจฉริยะได้ภายใน 0.4 วินาที แต่ยังคงไว้ซึ่งความแม่นยำ

นอกเหนือจากการถ่ายภาพอินฟราเรดที่มีความละเอียดสูงแล้ว กล้องถ่ายภาพความร้อน PS Series ยังมาพร้อมกับโมดูลกล้องดิจิทัลเรือธงของ Guide Sensmart ระดับ 13 ล้านพิกเซล เพื่อรองรับการบันทึกภาพวิดีโอโดยการจับภาพทั้งความร้อนและภาพทั่วไป

สำหรับการถ่ายภาพความร้อน ความกังวลทั่วไปในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายความร้อนอินฟราเรดคือการตั้งชื่อภาพถ่าย แต่กล้องถ่ายภาพความร้อน PS Series รุ่นใหม่นี้รองรับการจดจำเสียงด้วย AI การป้อนข้อมูลด้วยแป้นพิมพ์เสมือนจริง และการจดจำข้อความ OCR ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้มืออาชีพสามารถวัดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยมอบโซลูชันที่ใช้งานง่ายสำหรับการตั้งชื่อภาพ

คุณสมบัติหลักอีกอย่างของกล้องถ่ายภาพความร้อน PS Series คือการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ ด้วยโครงสร้างเลนส์และหน้าจอหมุนได้ที่ได้รับรางวัล IF Design Award จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจหาส่วนประกอบที่ชำรุดในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก

นอกจากนี้ กล้องถ่ายภาพความร้อน PS Series ยังมอบโซลูชันการทำงานร่วมกันระยะไกลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเปิดใช้งานผ่านบริการคลาวด์ นอกจากนี้ ยังรองรับอุปกรณ์เลนส์เสริมที่ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าใหม่ ผู้ใช้สามารถติดตั้งเลนส์เทเลโฟโต้และเลนส์มาโครได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องส่งกล้องถ่ายความร้อนกลับไปยังโรงงาน ด้วยคุณสมบัติขั้นสูงและการกำหนดค่าต่าง ๆ รวมถึงการตั้งค่าสัมประสิทธิ์การแผ่รังสีความร้อนที่ยืดหยุ่นตามพื้นที่และเครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์ กล้องถ่ายภาพความร้อน PS Series สามารถตอบสนองความต้องการในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนับร้อย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับอาคาร การตรวจจับพลังงาน และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

กล้องถ่ายถาพความร้อน PS Series ของ Guide Sensmart มาพร้อมอุปกรณ์ครบครันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดอุณหภูมิอินฟราเรด

เกี่ยวกับ Guide Sensmart

Guide Sensmart เป็นบริษัทในเครือ Guide Infrared (SZ.002414) ผู้ผลิตระบบถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรดชั้นนำของโลก ซึ่งสั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมอินฟราเรดและมีศักยภาพการผลิตในปริมาณมาก Guide Sensmart ออกแบบและส่งมอบผลิตภัณฑ์ถ่ายภาพความร้อนคุณภาพสูงในราคาย่อมเยาไปทั่วโลก โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนให้การถ่ายภาพความร้อนเป็นประโยชน์กับสาธารณชน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.guideir.com (หรือติดตาม @GuideSensmart ทางเฟซบุ๊ก ลิงก์อิน ทวิตเตอร์ และยูทูบ)

Are you a Corporate Representative of Guide Sensmart, an investor, or a member of the Business Press?



XGC88000 ของ XCMG ทุบสถิติเครนตีนตะขาบ หลังเสร็จสิ้นการติดตั้งเตาปฏิกรณ์ไฮโดรจีเนชัน ขนาด 2600 ตันในประเทศจีนก่อนกำหนดถึง 10 วัน

By | PR, TH

เหลียนหยุนกัง, จีน–16 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

XGC88000 ของ XCMG ทุบสถิติเครนตีนตะขาบ หลังเสร็จสิ้นการติดตั้งเตาปฏิกรณ์ไฮโดรจีเนชัน ขนาด 2600 ตันในประเทศจีนก่อนกำหนดถึง 10 วัน
XGC88000 ของ XCMG ทุบสถิติเครนตีนตะขาบ หลังเสร็จสิ้นการติดตั้งเตาปฏิกรณ์ไฮโดรจีเนชัน ขนาด 2600 ตันในประเทศจีนก่อนกำหนดถึง 10 วัน

XGC88000 เครนตีนตะขาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 4,000 ตันที่พัฒนาโดย XCMG (SHE: 000425) ได้สร้างสถิติการยกครั้งใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ณ ไซต์ก่อสร้างโครงการโรงกลั่น Shenghong ในเมืองเหลียนหยุนกัง มณฑลเจียงซู จากการติดตั้งอุปกรณ์ขนาด 2,600 ตัน

เครนตีนตะขาบอันดับ 1 ของโลกที่ได้รับการรับรอง CE Mark มีเทคโนโลยีบุกเบิกระดับสากล 3 รายการ เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก 6 รายการ และสิทธิบัตรระดับประเทศมากกว่า 80 รายการ XGC88000 ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมและเป็นรุ่นแรกที่คำนึงถึงการออกแบบแยกชิ้นส่วนสำหรับการก่อสร้างที่คล่องตัว ช่วยให้ประเทศจีนสามารถเอาชนะการผูกขาดที่ยาวนานของแบรนด์ต่างประเทศในส่วนของเครนขนาดใหญ่พิเศษ

นับตั้งแต่ที่ XGC88000 เข้าสู่ตลาดในปี 2556 เป็นต้นมา ผลิตภัณฑ์ได้รับบทบาทเป็นผู้นำในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั่วโลก นำไปสู่ความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมหลายครั้ง และได้สร้างสถิติการยกที่หนักที่สุดที่ 2,155 ตันในปี 2556 จากการยกและติดตั้งเตาปฏิกรณ์ Fischer–Tropsch นั่นทำให้การยกน้ำหนักที่ 2,600 ตันครั้งล่าสุดไม่เพียงแต่เป็นการทำลายสถิติของตัวเองนับตั้งแต่ถูกวางจำหน่ายในตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสถิติใหม่ด้านวิศวกรรมประยุกต์สำหรับเครนตีนตะขาบแบบเคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เครนตีนตะขาบ XGC88000 ได้เข้าร่วมในโครงการก่อสร้างที่สำคัญ 26 โครงการทั้งในจีนและต่างประเทศ รวมถึงโครงการ Hengli ในเมืองต้าเหลียน โรงกลั่น Shenghong ในเมืองเหลียนหยุนกัง เมืองอุตสาหกรรม Jubail ในซาอุดีอาระเบีย และโรงกลั่นน้ำมัน Duqm ในโอมาน เครนรุ่นนี้ได้ยกและติดตั้งอุปกรณ์มากกว่า 100 ชิ้นที่มีน้ำหนักมากกว่า 1,000 ตัน โดยมีน้ำหนักยกรวมถึง 200,000 ตัน และมีชั่วโมงปฏิบัติการที่ปลอดภัยเกือบ 10,000 ชั่วโมง

Wang Min ประธานและซีอีโอของ XCMG กล่าวว่า "XGC88000 ได้กลายเป็นเครนตีนตะขาบขนาด 4,000 ตันตัวแรกของอุตสาหกรรมที่นำไปใช้งานได้ครอบคลุมที่สุด มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด และมียอดขายสูงสุด เป็นผลิตภัณฑ์ระดับสุดยอดที่พัฒนาด้วยนวัตกรรมอิสระ และถือเป็นความภาคภูมิใจในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ของจีน"

ในวันที่ 17 เมษายนนี้ XGC88000 จะทำงานร่วมกับเครนขาสูงขนาด 5,000 ตัน เพื่อยกอาคารของผู้ผลิตภาชนะรับแรงดันรายใหญ่ที่สุดในเอเชียด้วยน้ำหนักการขนส่งสูงสุดในมณฑลกวางตุ้ง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.xcmg.com หรือเพจ XCMG บน FacebookTwitterYouTubeLinkedIn และ Instagram

Related Links :

http://www.xcmg.com

Are you a Corporate Representative of XCMG, an investor, or a member of the Business Press?



Practical Methods นำเสนอโซลูชั่นต่อต้านการปลอมแปลงและการตรวจสอบย้อนกลับด้วย Digimarc

By | PR, TH

ขยาย Digimarc Barcode เข้าสู่เกาหลีใต้ ภายใต้แบรนด์ edgecode®

บีเวอร์ตัน รัฐออริกอน, 16 เมษายน 2564 /PRNewswire/ —Digimarc Corporation (Nasdaq: DMRC) ผู้สร้างระบบ Digimarc Platform สำหรับการระบุและตรวจจับทางดิจิทัล ประกาศการทำข้อตกลงกับบริษัท Practical Methods ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่ออนุญาตให้ Edgecode นำเสนอ Digimarc Barcode บนบรรจุภัณฑ์เพื่อป้องกันการปลอมแปลง การจัดการทัศนวิสัยในห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค โดย Practical Methods มีความเชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ยา การดูแลสุขภาพ สินค้าบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค (CPG) กีฬา เครื่องนุ่งห่ม และอาหาร

"เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ให้บริการ Digimarc Barcode แก่ลูกค้าของเราภายใต้แบรนด์ edgecode และเรามองเห็นศักยภาพอย่างมากในการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการปกป้องแบรนด์" Howard Kim ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Practical Methods กล่าว "ลูกค้าของเราเห็นคุณค่าของการใช้ Digimarc เหนือกว่าระบบสัญลักษณ์และโซลูชันการปกป้องแบรนด์อื่นๆ"

Edgecode พร้อมด้วย Digimarc Barcode เป็นระบบเลขหมายเรียงลำดับที่สมบูรณ์สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมต่อและโซลูชันการพิมพ์ข้อมูลตัวแปร แอปมือถือ edgecode ขับเคลื่อนโดยซอฟต์แวร์ Digimarc Discover และได้รับการปรับให้เหมาะสมกับข้อกำหนดของการพิมพ์ข้อมูลตัวแปร ตลอดจนความหลากหลายของเครื่องสแกนที่พบในตลาดเอเชีย

Practical Methods เป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์บาร์โค้ดข้อมูลตัวแปรรายใหญ่ที่สุดแก่ภาคธุรกิจเครื่องสำอาง นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นพันธมิตรกับลีกกีฬาอาชีพแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีการเพิ่ม edgecode บนตั๋วเข้าชมการแข่งขันเพื่อป้องกันการปลอมแปลงและปกป้องชื่อเสียงของแบรนด์กีฬาดังกล่าว

"Practical Methods เป็นผู้สนับสนุนแนวหน้าสำหรับ Digimarc Barcode และบรรจุภัณฑ์แบบเชื่อมต่อ โซลูชันต่อต้านการปลอมแปลงและตรวจสอบย้อนกลับของ Practical Methods เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในตลาดที่บริษัทให้บริการ" Scott Wilcox รองประธานฝ่ายบริการลูกค้าของ Digimarc กล่าว "เราภูมิใจที่เทคโนโลยีของเราสามารถสนับสนุน Edgecode และช่วยให้อุตสาหกรรมหลักๆ เช่น เภสัชภัณฑ์ และการดูแลสุขภาพมีทัศนวิสัยในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนปกป้องลูกค้าและรักษาชื่อเสียงของแบรนด์"

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันของ Practical Methods และเรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนกลับของ Digimarc

Related Links :

http://www.digimarc.com

Are you a Corporate Representative of Digimarc Corporation, an investor, or a member of the Business Press?



Tree Technologies ลงนามข้อตกลงส่งออกรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 200,000 คันแก่ประเทศอินโดนีเซีย

By | PR, TH

ข้อตกลงระยะเวลาหลายปี ด้วยยอดส่งมอบขั้นต่ำ 10,000 คันในปี 2564

สูงสุดที่ 90,000 คันในปี 2565

และสูงสุดที่ 100,000 คันในปี 2566

มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 274 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สลังงอร์, มาเลเซีย, 16 เมษายน 2564 /PRNewswire/ — Tree Technologies Sdn Bhd (Treeletrik) ผู้ผลิตรถพลังงานไฟฟ้า (EV) สัญชาติมาเลเซียซึ่งทำธุรกิจในตลาดอาเซียน และเป็นบริษัทในเครือของ Ideanomics (NASDAQ: IDEX) ได้ลงนามข้อตกลงในการจัดหารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% จำนวน 200,000 คันให้กับอินโดนีเซีย ผ่านตัวแทนจำหน่าย PT Pasifik Sakti Enjiniring และ Nahdatul Ulama Board (PBNU) ความร่วมมือดังกล่าวช่วยขยายตลาดของ Treeletrik ในระดับภูมิภาคในฐานะผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า สอดคล้องกับวาระการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของภูมิภาคอาเซียน

Tree Technologies CEO Datuk Viswananthan Menon
Tree Technologies CEO Datuk Viswananthan Menon

ความร่วมมือดังกล่าวทำให้มาเลเซียเป็นผู้ผลิต EV รายสำคัญ และเป็นซัพพลายเออร์ระดับภูมิภาครายแรกที่ส่งออกภายในอาเซียน สอดคล้องกับภูมิทัศน์ด้านพลังงานที่กำลังพัฒนาของภูมิภาค เป้าหมายสูงสุดของภูมิภาคในการลดระดับการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายในภาคการขนส่งทางถนนภายในปี 2583 ช่วยปูทางให้ผู้ผลิต EV อย่าง Treeletrik สามารถสร้างระบบนิเวศ EV ที่ก้าวหน้าต่อไป

Datuk Viswananthan Menon ซีอีโอของ Treeletrik กล่าวถึงการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ PT Pasifik Sakti Enjiniring ว่า "Treeletrik เป็นผู้บุกเบิกนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่แท้จริงจากมาเลเซียออกสู่ภูมิภาคอาเซียนและอื่น ๆ เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ เราตื่นเต้นที่ได้ต่อยอดความพยายามของเราในเวทีระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือครั้งนี้กับ PT Pasifik Sakti Enjiniring และ PBNU ในอินโดนีเซีย เพื่อมอบทางเลือกในการขับขี่ที่สะอาด ปลอดภัย และราคาไม่แพงด้วยเทคโนโลยี EV ขั้นสูงของเรา รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% ของเราช่วยประหยัดต้นทุนระยะยาวให้กับลูกค้า และที่สำคัญกว่านั้นยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม"

ข้อตกลงนี้ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี โดย Treeletrik จะส่งมอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทำการตลาดร่วมกับ PT Pasifik Sakti Enjiniring และ PBNU สำหรับตลาดในอินโดนีเซีย PT Pasifik Sakti Enjiniring ซึ่งดำเนินธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ MOLINUS (Motor Listrik Nusantara) จะเพิ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% ของ Treeletrik เข้าไปในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของตนด้วย ทั้งนี้ ยังมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง Treeletrik และ PT Pasifik Sakti Enjiniring ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นดำเนินการ เพื่อสร้างโรงงานประกอบในอินโดนีเซีย ตอบสนองความต้องการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น การลงนามครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของอินโดนีเซียผ่านการพัฒนาแรงงาน โอกาสในการประกอบอาชีพ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ผ่านการรับรอง UNECE WP.29 ในยุโรปและมาเลเซีย มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมสลับด่วนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Treeletrik มีความเร็วเฉลี่ย 65-90 กม./ชม. และระยะการเดินทาง 85 ถึง 120 กม. สอดคล้องกับโครงการของรัฐบาลอินโดนีเซียเกี่ยวกับการเร่งการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ โดยบริษัทฝั่งอินโดนีเซียต่างมองเห็นโอกาสเกี่ยวกับความต้องการของตลาดและตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 10,000 คันสำหรับปี 2564 และครบ 200,000 คันภายในสิ้นปี 2566 ข้อตกลงฉบับนี้จะถูกเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดผ่านการยื่นแบบ 8-K

พร้อมเดินหน้าเติบโต
ความร่วมมือด้านการจัดจำหน่ายระดับภูมิภาคล่าสุดของ Treeletrik สามารถเข้าถึงประชากรจำนวนมากที่เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การเติบโตในเชิงบวกของแบรนด์ กลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ของ Treeletrik พยายามที่จะกำหนดนิยามใหม่ของอุตสาหกรรม EV และอนาคตการขับขี่ยานยนต์ในมาเลเซียและภูมิภาคอาเซียน

ในการเตรียมความพร้อมเพื่อตอบสนองยอดสั่งจองที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทกำลังลงทุนในโรงงานประกอบชิ้นส่วน การผลิต และการตลาด โดยเริ่มจากที่รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย และลงทุนเพิ่มเติมภายในโรงงานแห่งใหม่ที่เมืองเกเบ็ง รัฐปะหัง ประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะจัดตั้งโรงงานประกอบชิ้นส่วนในอินโดนีเซียร่วมกับพันธมิตรจัดจำหน่าย เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของซัพพลายเชน และปรับปรุงอัตรากำไรผ่านการประกอบชิ้นส่วนภายในประเทศในตลาดที่มีความต้องการเพียงพอ

นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
แนวทางการขับเคลื่อนของ Treeletrik ช่วยขจัดความจำเป็นในการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการใช้น้ำมัน ส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นศูนย์ นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของ Treeletrik ยังมอบข้อได้เปรียบด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวแก่ผู้ใช้ ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้งานประจำวันและการบำรุงรักษาได้มากกว่า 50% รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของบริษัทเดินทางได้ถึง 80 ถึง 120 กม. ต่อวันโดยประมาณ (เฉลี่ย 70,000 กิโลเมตรในช่วง 36 เดือน) และมีค่าใช้จ่าย 0.01 ริงกิต (หนึ่งเซน) ถึง 0.02 ริงกิต (สองเซน) ในการวิ่งต่อกิโลเมตร โดยอิงจากอัตราการใช้ไฟฟ้าของ Tenaga Nasional ที่ RM0.571 / KwH จากการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ไฟฟ้าขั้นสูงสุด

ตอบสนองความต้องการ EV
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยยกระดับการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศแถบอาเซียน Treeletrik ยังคงได้รับความต้องการเชิงบวกสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% โดยบริษัทได้เริ่มส่งออกรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าประมาณ 50 คันไปยังประเทศไทยและอินโดนีเซียในปี 2563 และจะส่งออกเพิ่มอีก 15,000 คันในปีนี้ สำหรับตลาดอื่น ๆ ที่ Treeletrik กำลังจับตามองในฐานะลูกค้าได้แก่ฟิลิปปินส์และกัมพูชา

"คำสั่งซื้อจำนวนมากที่ได้รับจนถึงปัจจุบัน และการหารืออย่างต่อเนื่องกับประเทศอื่น ๆ ที่แสดงความสนใจอย่างมากต่อผลิตภัณฑ์กลุ่มจักรยานไฟฟ้าของ Treeletrik จะทำให้การดำเนินงานของ Treeletrik ขยายตัวอย่างมากทั้งในมาเลเซียและระดับสากล" คุณ Menon กล่าว

หลังจากที่ Ideanomics ได้เข้าถือหุ้นจำนวน 51% ของ Treeletrik ในปี 2562 บริษัทจึงได้เริ่มจัดระเบียบเพื่อการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน เพื่อคว้าประโยชน์ในภูมิภาคที่พึ่งพาการขนส่งด้วยยานพาหนะสองล้อและสามล้อ

เกี่ยวกับ Tree Technologies Sdn. Bhd.
Tree Technologies Sdn Bhd เป็นเจ้าของแบรนด์ EV อย่าง Treeletrik และเป็นบริษัทผู้บุกเบิกในการนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ถูกกฎหมายมาสู่ประเทศมาเลเซีย บริษัทมอบทางเลือกในการขนส่งที่สะอาด ปลอดภัย ในราคาที่เอื้อมถึงได้ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย นวัตกรรม EV และความต้องการการบำรุงรักษาที่น้อยที่สุด Treeletrik ได้รับอนุญาตให้ผลิตผลิตภัณฑ์ EV ทุกชนิดจาก MITI

ในเดือนมีนาคม 2562 Ideanomics ได้เข้าถือหุ้นใหญ่ใน Tree Technologies Sdn Bhd โดยองค์กรที่รวมกันนี้ได้เร่งการส่งเสริมและผลิต EV ซึ่งได้เข้ามาขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Treeletrik ครอบคลุมรถโมเพดและจักรยานยนต์ EV ไปจนถึงรถบัส รถบรรทุก และรถยนต์ EV กลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ขยายตัวนี้รองรับความต้องการของผู้คนราว 650 ล้านคนในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว สิงคโปร์ และบรูไน

https://www.treeletrik-ev.com

เกี่ยวกับ Ideanomics
Ideanomics เป็นบริษัทระดับโลกที่มุ่งเน้นการบูรณาการด้านบริการทางการเงินกับอุตสาหกรรมที่เผชิญความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ฝ่าย Mobility ของ Ideanomics เป็นผู้ให้บริการที่ขับเคลื่อนการยอมรับยานยนต์ไฟฟ้าในหมู่ผู้ให้บริการยานพาหนะเชิงพาณิชย์ ผ่านการนำเสนอการจัดหายานพาหนะ การเงินและการปล่อยเช่า และโซลูชันการจัดการพลังงานภายใต้รูปแบบธุรกิจการขาย การเงิน และการชาร์จพลังงาน (S2F2C) ที่ล้ำสมัย Ideanomics Capital มุ่งเน้นที่โซลูชันเทคโนโลยีการเงินที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน Ideanomics Mobility และ Ideanomics Capital ร่วมกันมอบเทคโนโลยีและบริการชั้นนำที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และความรับผิดชอบให้กับลูกค้าและพันธมิตรทั่วโลก และมอบโอกาสเข้าร่วมในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตและมีศักยภาพสูงให้แก่ผู้ถือหุ้นของเรา

บริษัทมีสำนักงานใหญ่ในเมืองนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก โดยมีสำนักงานอยู่ในปักกิ่ง หางโจว และชิงเต่า และมีการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา จีน ยูเครน และมาเลเซีย

คำชี้แจงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า
ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีข้อความบางส่วนที่อาจรวมถึง "ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า" ข้อความทั้งหมดนอกเหนือจากข้อความที่แสดงถึงข้อเท็จจริงในอดีตในข่าวฉบับนี้คือ "ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า" ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มักใช้คำศัพท์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าเช่น "เชื่อว่า" "คาดว่า" หรือคำอื่น ๆ ที่คล้ายกัน และมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนทั้งที่ทราบและไม่อาจทราบได้ รวมถึงข้อความที่เกี่ยวกับความตั้งใจของเราในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจให้กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินยุคใหม่ กลยุทธ์ทางธุรกิจ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ตามแผนที่วางไว้ ความตั้งใจที่จะยุติธุรกิจค้าน้ำมันและธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค และผลลัพธ์ทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้บริษัทจะเชื่อว่าความคาดหวังที่แสดงในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าดังกล่าวมีความสมเหตุสมผล แต่ข้อความเหล่านี้ประกอบด้วยสมมติฐาน ความเสี่ยง และความไม่แน่นอน และความคาดหวังเหล่านี้อาจพิสูจน์ได้ว่าไม่ถูกต้อง ผู้อ่านไม่ควรพึ่งพาข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มากเกินไป ที่กล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ ณ วันที่มีการประชาสัมพันธ์เท่านั้น ผลลัพธ์ที่แท้จริงของบริษัทอาจแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้ในแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้อย่างมาก อันเป็นผลมาจากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของเราในการดำเนินธุรกิจ ความสามารถของเราในการระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของเรา การเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจของเรา ความผันผวนในผลการดำเนินงานของเรา ข้อจำกัดด้านการจัดการบุคลากร ระบบการเงินและทรัพยากรอื่น ๆ ในขณะที่เราขยายธุรกิจ ความสามารถของเราในการดึงดูดและรักษาพนักงานสำคัญและผู้บริหารระดับสูง ความกดดันในการแข่งขัน การดำเนินงานระหว่างประเทศของเรา รวมถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่น ๆ ตามที่ระบุภายใต้หัวข้อ "Risk Factors" และ "Management’s Discussion and Analysis of Financial Condition and Results of Operations" ใน Form 10-K และ Form 10-Q ฉบับล่าสุดที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และการเปิดเผยข้อมูลที่คล้ายคลึงกันในรายงานฉบับหลังที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ www.sec.gov ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าทั้งหมดที่เป็นของบริษัทหรือบุคคลที่ดำเนินการในนามของบริษัทล้วนอยู่ภายใต้ปัจจัยความเสี่ยงเหล่านี้ บริษัทไม่มีหน้าที่ในการปรับปรุงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายหลักทรัพย์

ติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อมวลชน

Richard Ho
Tree Technologies Sdn Bhd
[email protected]

Ideanomics, Inc.
Tony Sklar, SVP of Investor Relations
1441 Broadway, Suite 5116 New York, NY 10018
[email protected]

Valerie Christopherson / Lora Wilson
Global Results Communications (GRC)
+1 949 306 6476
[email protected]

Jeremy Ertl
Skyya PR
[email protected]

รูปภาพ – https://mma.prnasia.com/media2/1487722/dvm_for_pr_1mb.jpg?p=medium600 
โลโก้ – https://mma.prnasia.com/media2/1487723/Treeletrik.jpg?p=medium600
โลโก้ – https://mma.prnasia.com/media2/738482/Ideanomics_Logo.jpg?p=medium600

 

 

 

 

Are you a Corporate Representative of Treeletrik, an investor, or a member of the Business Press?



HAVAL เตรียมเปิดตัวรถรุ่น 3rd Gen HAVAL H6 และ JOLION ในตลาดโลก

By | PR, TH

เป่าติ้ง จีน—16 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

รถรุ่น 3rd Gen HAVAL H6 และ JOLION
รถรุ่น 3rd Gen HAVAL H6 และ JOLION

ในปี 2563 รถรุ่น 3rd Gen HAVAL H6 และ JOLION ในจีนได้รับความสนใจจากตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ได้ช่วยให้ HAVAL H6 รั้งตำแหน่งรถเอสยูวีที่ขายดีเป็นอันดับต้น ๆ เพียงเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ HAVAL กลายเป็นแบรนด์เอสยูวีที่ขายดีเป็นอันดับต้น ๆ ในจีนด้วย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Sam Liu รองประธานบริษัท GWM กล่าวว่า "GWM ได้เปิดตัวแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลกที่รองรับกับอนาคต 3 แบรนด์ด้วยกัน และมีความมั่นใจในการรับมือกับการพลิกโฉมของอุตสาหกรรมยานยนต์ การเปิดตัวแบรนด์เทคโนโลยี L.E.M.O.N., COFIS และ TANK นั้น ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า GWM จะพลิกโฉมเป็นบริษัทเทคโนโลยีโมบิลิตีระดับโลก โดยผลิตภัณฑ์สุดล้ำนำเทรนด์ของบริษัทที่ชาญฉลาดและปลอดภัยมากขึ้นนั้น จะตอบโจทย์ความต้องการเดินทางของผู้ใช้ยุคใหม่ GWM ได้ใช้แบรนด์ที่ว่านี้ในการยกระดับเทคโนโลยี จนได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มากมายทั้งรถกระบะและรถเอสยูวี นำเสนอผ่านรุ่น 3rd Gen HAVAL H6 และ JOLION โดยรถรุ่นใหม่เหล่านี้จะเสริมแกร่งอิทธิพลของ HAVAL ในตลาด และปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่"

รถรุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นนี้จะบุกตลาดโลกในไตรมาสสองของปีนี้ ซึ่งยังเป็นครั้งแรกที่ HAVAL อัปเดตผลิตภัณฑ์ในตลาดจีนและต่างประเทศพร้อมกันด้วย JOLION ถูกวางโพสิชันให้เป็นรถเอสยูวีชั้นนำสำหรับใช้ในเมือง ขณะที่ 3rd Gen H6 มีโพสิชันเป็นรถรุ่นใหม่ที่แฝงด้วยเทคโนโลยีระดับโลก โดยความนำเทรนด์และไฮเทคได้กลายเป็นจุดเด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดของรถรุ่นใหม่เหล่านี้

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ๆ แล้ว รถรุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างขึ้นจากแพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. Platform ของ GWM โดย L.E.M.O.N. Platform เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบโมดูลที่มีความชาญฉลาดสูงในระดับสากล ซึ่ง GWM ได้เปิดตัวขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเทคโนโลยีในอนาคต แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ในแง่ของความยืดหยุ่น ศักยภาพ ความปลอดภัย และความเบา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ล้ำสมัยยิ่งขึ้นทั้งในแง่ของดีไซน์ภายนอก พื้นที่ของผู้โดยสาร สมรรถนะโดยรวม ความชาญฉลาด และความปลอดภัย ซึ่งจะส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของตัวผลิตภัณฑ์ต่อไป

L.E.M.O.N. Platform รองรับการพัฒนารถรุ่นต่าง ๆ ทั้งเอสยูวี ซีดาน และเอ็มพีวี ตั้งแต่ระดับ A0 จนถึง D โดยลักษณะความเป็นโมดูลและความยืดหยุ่นสูงของ L.E.M.O.N. Platform ทำให้ HAVAL JOLION มีช่วงล้อยาวพิเศษถึง 2700 มิลลิเมตร และมีพื้นที่เก็บของสูงถึง 26 จุดเหนือระดับเดียวกัน ทำให้ห้องคนขับกว้างขวาง

สมรรถนะสูงก็เป็นคุณสมบัติเด่นอีกอย่างหนึ่งของ L.E.M.O.N. Platform ตัวอย่างเช่น โครงสร้างตัวถังที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นนั้น ทำให้มุมกระดกของตัวถังลดลงถึง 50% ส่วนแขนโมเมนต์ที่รบกวนการบังคับเลี้ยวก็ลดลง 16% ความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวเพิ่มขึ้น 16% ขณะที่ค่าความแข็งแกร่งต่อการรับแรงทางด้านข้างของตัวถังเพิ่มขึ้น 15% และศูนย์กลางมวลของตัวรถก็ลดลง 30 มิลลิเมตร ทั้งหมดนี้ทำให้ตัวรถทำงานประสานกันและบังคับรถได้ดีขึ้น ทั้งยังสะดวกสบายขึ้นด้วย

ความอัจฉริยะและความปลอดภัยก็เป็นคุณสมบัติเด่นทางเทคนิคอีกอย่างของรถทั้งสองรุ่น โดยได้มีการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะและเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของ GWM กับรถทั้งสองรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี IACC, AEB Pedestrian, AEB Cyclist, LDW + LKA ไปจนถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะและความปลอดภัยอื่น ๆ ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่พร้อมมอบความสะดวกสบายให้ผู้ใช้

L.E.M.O.N. Platform ยังมีจุดเด่นอยู่ที่ความน้ำหนักเบา ด้วย "โครงสร้าง วัสดุ และกระบวนการ" ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์เบาลง และทำให้มีศักยภาพทางการแข่งขันมากขึ้น โดยได้มีการประเดิมใช้เหล็กแผ่นรีดร้อนที่มีค่าความทนแรงดึง 2000MPa เป็นครั้งแรกสำหรับ L.E.M.O.N. Platform เมื่อเทียบกับที่ใช้กันทั่วไปที่มีค่าความทนแรงดึง 1500MPa และเมื่อนำการอัปเกรดบน L.E.M.O.N. Platform มาใช้แล้ว รถ 3rd Gen HAVAL H6 ก็เบาลงถึง 100 กิโลกรัม ทั้งยังประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นถึง 14.5% ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าสำคัญเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ๆ และยังมีสมรรถนะเหนือกว่ารุ่นในระดับเดียวกันด้วย

รถรุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นที่ถือกำเนิดขึ้นจาก L.E.M.O.N. Platform จะเข้ามาเสริมทัพกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ HAVAL ในต่างประเทศ โดยเปรียบเสมือนนามบัตรมอบให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศเพื่อใช้ทำความรู้จักแบรนด์ HAVAL และสัมผัสเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ล่าสุดของ GWM ทั้งยังจะเข้ามายกระดับภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ HAVAL ด้วย

Are you a Corporate Representative of HAVAL, an investor, or a member of the Business Press?



GenScript, Parkway Laboratories และ Diagnostics Development (DxD) Hub ประกาศความร่วมมือเพื่อให้บริการตรวจหาแอนติบอดีลบล้างไวรัส SARS-CoV-2 อย่าง cPass(TM) ในสิงคโปร์

By | PR, TH

สิงคโปร์–12 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

GenScript Biotech Corporation ("GenScript", รหัสหุ้น: 1548.HK), Parkway Laboratories และ Diagnostics Development (DxD) Hub ประกาศความรวมมือ เพื่อให้บริการชุดตรวจ cPass™ ซึ่งเป็นการทดสอบแอนติบอดีลบล้าง (neutralizing antibody) ไวรัส SARS-CoV-2 ในสิงคโปร์ ผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญและคลินิก GP ของ Parkway

GenScript Biotech Corporation, Parkway Laboratories and the Diagnostics Development (DxD) Hub collaborate to provide the cPass™ SARS-CoV-2 neutralizing antibody test in Singapore.
GenScript Biotech Corporation, Parkway Laboratories and the Diagnostics Development (DxD) Hub collaborate to provide the cPass™ SARS-CoV-2 neutralizing antibody test in Singapore.

แอนติบอดีลบล้างคือแอนติบอดีอัตราส่วนน้อยที่ผูกกับไวรัสและยับยั้งไม่ให้ไวรัสเข้าถึงโฮสต์ cPass™ ไม่เหมือนกับชุดทดสอบแอนติบอดีจากห้องปฏิบัติการโควิด-19 ที่วางจำหน่ายอยู่ทั่วไป เนื่องจาก cPass™ สามารถตรวจพบแอนติบอดีลบล้างที่สามารถทำงานได้ โดยทั่วไปแล้ว การวัดแอนติบอดีลบล้างต้องใช้ไวรัสที่ยังมีชีวิต เซลล์ ผู้ดำเนินการที่มีทักษะสูง และขั้นตอนในห้องปฏิบัติการที่ซับซ้อนที่ต้องใช้เวลาหลายวันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ส่งผลให้มีการใช้งานในวงจำกัด แต่ชุดตรวจ cPass™ สามารถใช้ได้ในห้องปฏิบัติการมาตรฐานส่วนมากโดยใช้เวลาสั้น ๆ (ประมาณ 1 ชั่วโมง) นอกจากนี้ cPass™ ยังรองรับปริมาณงานได้สูงและทำให้เป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมดได้

ชุดตรวจ cPass™ SARS-CoV-2 Neutralization Antibody Detection Kit ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย GenScript, DxD Hub และ Duke-NUS Medical School (Duke-NUS) ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ระดับปริญญาที่เน้นในด้านการวิจัย ชุดตรวจนี้ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานชั่วคราวโดยกรมวิทยาศาสตร์สุขภาพแห่งสิงคโปร์ (HSA) ได้รับเครื่องหมาย CE-IVD ในยุโรป และได้รับอนุมัติการใช้งานในกรณีฉุกเฉิน (EUA) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐ

"ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำ เราถือเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะสู้กับโควิด-19 ด้วยเทคโนโลยีและความร่วมมือระดับโลกกับพันธมิตรของเรา เรารู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมมือกับ Parkway และ DxD ในสิงคโปร์เพื่อให้บริการ cPass™ แก่ชุมชนท้องถิ่นของเรา" คุณ Johnson Wang ประธานของ GenScript ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว

"Parkway Laboratories เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับ DxD Hub นับตั้งแต่เริ่มการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในฐานะผู้ใช้แพลตฟอร์มการวินิจฉัยใหม่รายแรก ๆ ที่ให้เครื่องมือตรวจสอบที่จำเป็นแก่แพทย์แนวหน้าเพื่อทำการตัดสินใจทางการแพทย์อย่างชาญฉลาด บัดนี้เรามีความยินดีที่จะคงความร่วมมือนี้ต่อไปและยินดีที่ cPass™ จะเข้ามาเป็นหนึ่งในเครื่องมือการวินิจฉัยไวรัส SARS-CoV-2 ของเรา เพื่อให้การวัดแอนติบอดีลบล้าง สิ่งนี้จะให้ข้อมูลที่มีค่าในการฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วยของเรา" ดร. Daniel Tan ซีอีโอของ Parkway Laboratories กล่าว

ดร. Sidney Yee ซีอีโอของ DxD Hub กล่าวว่า "ในฐานะแพลตฟอร์มระดับประเทศที่มีเป้าหมายในการเร่งการแปลงการวิจัยและพัฒนาสู่การวินิจฉัยที่ได้รับการทดสอบทางการแพทย์ เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้นวัตกรรมชุดตรวจ cPass™ มีให้แพทย์ในสิงคโปร์ใช้"

ศาสตราจารย์ Wang Linfa จากโครงการโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ของ Duke-NUS Medical School ที่คิดค้นการทดสอบนี้ กล่าวว่า "แพลตฟอร์ม cPass™ ไม่เหมือนกับการทดสอบแอนติบอดีที่มีวางจำหน่ายทั่วไปที่ตรวจจับแอนติบอดีที่ร่างกายสร้างขึ้นภายหลังการติดเชื้อ เพราะได้รับการคิดค้นขึ้นให้ตรวจสอบแอนติบอดีลบล้างโดยเฉพาะ และเป็นการทดสอบแอนติบอดีตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก Health Science Authority (HSA) Singapore และ FDA Emergency Use Authorization (EUA)"

เกี่ยวกับ GenScript Biotech Corporation

GenScript Biotech Corporation (รหัสหุ้น: 1548.HK) เป็นเครือบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลก GenScript มีจุดแข็งอยู่ที่เทคโนโลยีสังเคราะห์ยีนชั้นแนวหน้า โดยทำธุรกิจแบ่งเป็น 4 แพลตฟอร์มด้วยกัน ได้แก่ แพลตฟอร์มรับจ้างวิจัย (CRO) ทางชีววิทยาศาสตร์ แพลตฟอร์มรับจ้างพัฒนาและผลิต (CDMO) ทางชีวภาพ แพลตฟอร์มเซลล์บำบัดระดับโลก และแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์ชีวภาพสังเคราะห์ระดับอุตสาหกรรม

GenScript ก่อตั้งขึ้นที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2545 และจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อปี 2558 ปัจจุบัน GenScript ทำธุรกิจในกว่า 100 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยมีสำนักงานในสหรัฐ จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ และไอร์แลนด์ GenScript มอบผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมียมที่ทั้งสะดวกสบายและน่าเชื่อถือแก่ลูกค้ากว่า 100,000 ราย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 GenScript มีพนักงานกว่า 4,600 คน กว่า 39% ในนั้นมีวุฒิปริญญาโทและ/หรือปริญญาเอก นอกจากนี้ GenScript ยังถือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้ามากมาย โดยมีสิทธิบัตร 146 ฉบับ และยื่นขอสิทธิบัตรไปอีก 517 ฉบับ

GenScript มีพันธกิจองค์กรเพื่อ "ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการทำให้มนุษย์และธรรมชาติแข็งแรงขึ้น" โดยมีเป้าหมายเพื่อก้าวขึ้นเป็นบริษัทไบโอเทคที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในโลก และ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ GenScript ได้รับการอ้างอิงในบทความตามวารสารแบบ peer-reviewed ถึง 52,500 บทความทั่วโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของ GenScript: https://www.genscript.com

เกี่ยวกับ Parkway Laboratories

Parkway Laboratories เป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติการเอกชนชั้นนำของสิงคโปร์โดยมีห้องปฏิบัติการอ้างอิงส่วนกลางที่ได้รับการรับรองมาตรฐานมากมาย เช่น ISO 15189, วิทยาลัยพยาธิแพทย์อเมริกัน (College of American Pathologist – CAP) และ Joint Commission International (JCI) ทำให้มั่นใจได้ในบริการที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูงในแง่ของห้องปฏิบัติการทางคลินิก จุลพยาธิวิทยา และการวินิจฉัยระดับโมเลกุล นอกจากนี้ ยังให้บริการห้องปฏิบัติการที่มีอุปกรณ์เพียบพร้อมอีก 4 แห่งที่ตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาล 4 แห่งของ IHH Healthcare ในสิงคโปร์ เพื่อให้บริการผลการตรวจที่รวดเร็วและแม่นยำแก่ผู้ป่วยและแพทย์ Parkway Laboratories เป็นห้องทดลองเอกชนแห่งแรกที่ได้รับการรับรองจาก MOH ให้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี PCR และยังคงเป็นห้องทดลองที่ให้บริการได้มากเพียงไม่กี่แห่งในสิงคโปร์ที่รองรับความพยายามในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี PCR และการตรวจภูมิคุ้มกันระดับประเทศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.parkwaylab.com.sg

เกี่ยวกับ Diagnostics Development (DxD) Hub

Diagnostics Development (DxD) Hub เป็นโครงการระดับประเทศของสิงคโปร์ นำโดย Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) โครงการ DxD Hub มุ่งมั่นที่จะเร่งการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมเป็นเครื่องมือวินิจฉัยที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ที่พร้อมใช้งานจริง DxD Hub มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพในสิงคโปร์ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ส่งเสริมองค์กรท้องถิ่นและบริษัทระดับโลกในสิงคโปร์

เกี่ยวกับ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR)

Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) คือหน่วยงานวิจัยและพัฒนาภาครัฐชั้นนำของสิงคโปร์ ด้วยนวัตกรรมแบบเปิด เราร่วมมือกับพันธมิตรของเราทั้งในภาครัฐและเอกชนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะองค์กรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี A*STAR เชื่อมต่อช่องว่างระหว่างสถาบันการศึกษาและอุตสาหกรรม การวิจัยของเราสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและงานให้กับสิงคโปร์ และยกระดับการใช้ชีวิตด้วยการพัฒนาผลลัพธ์ทางสังคมในด้านสุขภาพ การใช้ชีวิตในเมือง และความยั่งยืน A*STAR มีส่วนสำคัญในการดูแลผู้มีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และผู้นำสำหรับชุมชนการวิจัยและอุตสาหกรรมในวงกว้าง การวิจัยและพัฒนาของ A*STAR ครอบคลุมตั้งแต่วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์จนถึงวิทยาศาสตร์กายภาพและวิศวกรรม โดยมีหน่วยงานวิจัยหลักตั้งอยู่ในย่าน Biopolis และ Fusionopolis ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.a-star.edu.sg

ติดตามเราทาง
Facebook | LinkedIn | Instagram | YouTube

 

Are you a Corporate Representative of Genscript, an investor, or a member of the Business Press?



LyondellBasell นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ Circulen หนุนการนำพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำ

By | PR, TH

รอตเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์–12 เมษายน 2564–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

LyondellBasell (NYSE: LYB) นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ Circulen เพื่อช่วยให้เจ้าของแบรนด์สามารถยกระดับความยั่งยืนของสินค้าอุปโภคบริโภค นับเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของ LyondellBasell ในการบรรลุเป้าหมายการผลิตและจำหน่ายพอลิเมอร์จากวัสดุหมุนเวียนและรีไซเคิลให้ได้ 2 ล้านตันต่อปีภายในปี 2573 ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ท้าทายมากที่สุดในอุตสาหกรรมนี้  

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Circulen ของ LyondellBasell ช่วยลดจำนวนขยะพลาสติกเพราะใช้วัสดุที่รีไซเคิลได้ และยังช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ด้วยการใช้วัสดุหมุนเวียน เมื่อเทียบกับวัตถุดิบที่มาจากแหล่งฟอสซิล ทั้งนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ Circulen ประกอบด้วย 

  • Circulen Recover พอลิเมอร์ที่ทำจากขยะพลาสติกซึ่งนำมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเชิงกล
  • Circulen Revive พอลิเมอร์ที่ได้จากกระบวนการรีไซเคิลขั้นสูง (ระดับโมเลกุล) เพื่อแปลงสภาพขยะพลาสติกให้เป็นวัตถุดิบในการผลิตพอลิเมอร์ใหม่ ซึ่งนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
  • Circulen Renew พอลิเมอร์ที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน เช่น น้ำมันประกอบอาหารใช้แล้ว ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัท LyondellBasell ได้นำวิธีการที่หลากหลายมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยนำวิธีการที่ยั่งยืนมาปฏิบัติจริง

"กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Circulen เป็นเครื่องยืนยันว่า เรากำลังดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในปัจจุบัน พัฒนานวัตกรรมเพื่ออนาคต และสร้างความร่วมมือทั่วห่วงโซ่คุณค่า" Ken Lane รองประธานบริหารสากลฝ่ายโอเลฟินและพอลิโอเลฟินของ LyondellBasell กล่าว "เรามีเป้าหมายที่แน่วแน่ซึ่งจำเป็นต้องลงมือทำ เรามุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ของเราเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นความท้าทายระดับโลก ตลอดจนตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ไปพร้อมกัน"

การเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Circulen เกิดขึ้นหลังจากที่ LyondellBasell ได้ประกาศเป้าหมายหลายด้านที่มุ่งเน้นในส่วนของเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่

  • การขยายการดำเนินงานของ Quality Circular Polymers (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทรีไซเคิลเชิงกลที่ LyondellBasell เป็นผู้ร่วมลงทุน ให้ครอบคลุมการรีไซเคิลพลาสติกที่ผ่านการใช้งานโดยผู้บริโภค (post-consumer) และหลังกระบวนการทางอุตสาหกรรม (post-industrial)
  • การเพิ่มนวัตกรรมแห่งอนาคตในการรีไซเคิลขั้นสูง (ระดับโมเลกุล) โดยใช้เทคโนโลยี MoReTec ของ LyondellBasell และการเปิดโรงงานนำร่อง
  • การใช้วัตถุดิบหมุนเวียนอย่างน้ำมันประกอบอาหารใช้แล้ว นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
  • การได้รับการรับรองมาตรฐาน International Sustainability and Carbon Certification (ISCC) PLUS สำหรับโรงแยกสลายโมเลกุลและผลิตพอลิเมอร์ในยุโรป

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Circulen ของ LyondellBasell วางจำหน่ายในยุโรปแล้ว และจะวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือและจีนในอีกไม่นานนี้ ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ Circulen ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์กระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ Samsonite Magnum Eco และอุปกรณ์ทำสวน (เช่น บัวรดน้ำ)

เกี่ยวกับ LyondellBasell

LyondellBasell (NYSE: LYB) คือบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกผู้ทำธุรกิจพลาสติก เคมีภัณฑ์ และโรงกลั่น โดยมีพนักงานทั่วโลกเป็นแรงขับเคลื่อนในการผลิตวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาโซลูชันเพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคปัจจุบัน เช่น การยกระดับความปลอดภัยทางอาหารด้วยบรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบาและมีความยืดหยุ่น การรักษาความบริสุทธิ์ของน้ำผ่านท่อน้ำที่แข็งแรงและใช้งานได้อเนกประสงค์ การยกระดับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงของรถยนต์และรถบรรทุกบนท้องถนน รวมถึงการรับรองความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ LyondellBasell จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 100 ประเทศ บริษัทเป็นผู้ผลิตสารประกอบพอลิโพรพิลีนรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้ออกใบอนุญาตเทคโนโลยีพอลิโอเลฟินรายใหญ่ที่สุด ในปี 2564 LyondellBasell ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร FORTUNE ให้ติดทำเนียบ "บริษัทที่น่าชื่นชมมากที่สุดในโลก" เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lyondellbasell.com

The LyondellBasell Circulen product family supports the reduction of plastic waste through the use of recycled content, and a lower carbon footprint through the use of renewable-based content as compared to feedstock from fossil-based sources.
The LyondellBasell Circulen product family supports the reduction of plastic waste through the use of recycled content, and a lower carbon footprint through the use of renewable-based content as compared to feedstock from fossil-based sources.

 

รูปภาพ – https://mma.prnasia.com/media2/1483404/circulen_by_lyondellbasell.jpg?p=medium600 
โลโก้ – https://mma.prnasia.com/media2/562522/LyondellBasell_Advancing_Possible_Logo.jpg?p=medium600

Related Links :

http://www.lyondellbasell.com

Are you a Corporate Representative of LyondellBasell, an investor, or a member of the Business Press?



GoodWe เปิดตัวแบตเตอรีใหม่ในซีรีส์ Lynx Home

By | PR, TH

ซูโจว, จีน–12 เม.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

แบตเตอรีซีรีส์ Lynx Home
แบตเตอรีซีรีส์ Lynx Home

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวแบตเตอรีรุ่น SECU-A และ SECU-S ไปเมื่อช่วงต้นปี GoodWe จึงขอประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้องใหม่ที่จะเข้ามาอยู่ในแบตเตอรีซีรีส์ Lynx Home

แบตเตอรีซีรีส์ Lynx Home (PRNewsfoto/GoodWe)

GoodWe เตรียมเปิดตัวแบตเตอรี 2 ชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพแตกต่างกันอย่างแบตเตอรีไฟฟ้าแรงสูงซีรีส์ Lynx Home S และแบตเตอรีพลังไฟฟ้าแรงต่ำซีรีส์ Lynx Home U โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้เข้ามาเติมเต็มชุดอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ของ GoodWe หลังจากที่ได้เสนอขายหุ้น IPO ไปเมื่อเดือนก.ย. และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา GoodWe ซึ่งเป็นผู้นำตลาดอินเวอร์เตอร์กักเก็บพลังงาน ได้ก้าวเข้ามาลงทุนในตลาดแบตเตอรีและอุปกรณ์พลังงานอัจฉริยะ อีกทั้งยังได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมถึงแบตเตอรีลิเทียม ส่งผลให้ GoodWe เป็นผู้ให้บริการโซลูชันกักเก็บพลังงานแบบครบวงจรอย่างแท้จริง

แบตเตอรีใหม่ทั้ง 2 รุ่นในซีรีส์ Lynx Home มาพร้อมกับ Remote Diagnosis & Upgrade Feature ซึ่งรองรับซอฟต์แวร์ทางไกลที่อัปเกรดทุกโมดูลได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยระดับการป้องกัน IP65 แบตเตอรีจึงมีความยืดหยุ่นและติดตั้งได้ง่ายกว่าเดิม โดยแบตเตอรีจะรีบูตตัวเองใหม่เมื่อเข้าสู่โหมดป้องกันหากตรวจพบว่าไฟตก อีกทั้งยังมีระบบ Module Auto Recognition เสริมเข้ามาด้วย

แบตเตอรีซีรีส์ Lynx Home U สามารถตรวจจับโมดูลคู่ขนานได้โดยอัตโนมัติ ฉะนั้นจึงไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่าที่หน้าปัด ส่วนไฮไลท์เด็ดของแบตเตอรีไฟฟ้าแรงสูงซีรีส์ Lynx Home S คืออัตราการชาร์จที่รวดเร็วเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

นับตั้งแต่จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ประกาศการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อก่อตั้งโรงงานผลิตใหม่ ศูนย์วิจัยและพัฒนา และอุปกรณ์จัดการพลังงาน ซึ่งการก้าวเข้าสู่ตลาดแบตเตอรีครั้งล่าสุดนี้ได้ส่งผลให้ GoodWe เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในอุตสาหกรรมระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์รวมถึงโครงการด้านพลังงานที่ใหญ่กว่า ด้วยผลิตภัณฑ์ดาวเด่นที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในตลาดตั้งแต่อุปกรณ์ที่ใช้ในครัวเรือนไปจนถึงระบบสาธารณูปโภค

การวางจำหน่าย
Lynx Home U series LV – เมษายน 2564 – ทั่วโลก (ยกเว้นสหรัฐและญี่ปุ่น)
Lynx Home S Series HV – เมษายน 2564 – ทั่วโลก (ยกเว้นสหรัฐ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย)

Are you a Corporate Representative of GoodWe, an investor, or a member of the Business Press?



Zoomlion ประกาศผลประกอบการปี 2563 รายได้พุ่ง 50.34% เทียบรายปี ทุบสถิติใหม่ 9.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

By | PR, TH

ฉางชา, จีน—12 เม.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม บริษัท Zoomlion Heavy Industry Science & Technology จำกัด ("Zoomlion"; 1157.HK) ได้ประกาศผลประกอบการประจำปี 2563

ประเด็นทางการเงินที่สำคัญ:

  • รายได้จากการดำเนินงาน แตะ 6.5109 หมื่นล้านหยวน (9.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 50.34% เทียบรายปี
  • กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียน แตะ 7.281 พันล้านหยวน (1.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 66.55% เทียบรายปี

"ปี 2563 ถือเป็นปีที่แข็งแกร่งสำหรับ Zoomlion" คุณ Yang Duzhi เลขาฯ คณะกรรมการบริษัท Zoomlion กล่าว "บริษัทได้รับแรงขับเคลื่อนจากผลลัพธ์อันแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์หลักจากทางบริษัท รวมถึงศักยภาพทำกำไรชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม ส่งผลให้รายได้ในช่วงเวลาที่รายงานนี้ทำสถิติเป็นประวัติการณ์"

ความสำเร็จในการดำเนินงาน:

ในปี 2563 ธุรกิจเครื่องจักรก่อสร้างของบริษัททำรายได้จากยอดขายได้ 6.1383 หมื่นล้านหยวน (9.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 49.75% เทียบรายปี ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของผลิตภัณฑ์ชูโรงและผลิตภัณฑ์หลักจาก Zoomlion เช่น รถเครนและเครื่องจักรสำหรับงานคอนกรีตนั้น ก็ช่วงชิงพื้นที่มาได้มากขึ้นและเร็วกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม ยอดขายทาวเวอร์เครนสูงทำสถิติเป็นประวัติการณ์ ครองอันดับหนึ่งในตลาดโลก สำหรับส่วนแบ่งตลาดรถเครนบรรทุกความจุเกิน 30 ตัน รวมถึงเครนตีนตะขาบ เช่นเดียวกับรถปั๊มแขนบูมยาว ปั๊มคอนกรีตแบบติดตั้งบนรถบรรทุก และแพล้นท์ผสมคอนกรีต ยังคงครองแชมป์ในตลาดจีน

Zoomlion ยังมีความคืบหน้าในตลาดที่มีศักยภาดี เช่น เครื่องจักรสำหรับงานขุดและเคลื่อนย้ายดินและหินและรถกระเช้า (AWP) ยอดขายเครื่องจักรสำหรับงานขุดและเคลื่อนย้ายดินและหินพุ่งขึ้นจนอยู่ที่อันดับหกในตลาดจีน เพราะผลิตภัณฑ์ล้ำด้วยนวัตกรรมทั้งยังมีกลยุทธ์การขายและการตลาดที่ดี Zoomlion ได้อัปเกรดระบบพลังงานแบตเตอรีลิเธียมอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้เปิดตัว AWP อัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่า 40 รายการ ณ ปี 2563 ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม

ความสำเร็จในระดับสากล:

"Zoomlion ยังทำผลงานได้เป็นเลิศในตลาดโลกด้วย โดยนำกลยุทธ์ที่มุ่งปรับให้เข้ากับท้องถิ่นมาใช้ จนทำให้ Zoomlion เติบโตอย่างน่าประทับใจในตลาดโลก ด้วยยอดขายจากการส่งออกรถเครนสำหรับงานก่อสร้างที่พุ่งขึ้นกว่า 35% เทียบรายปี" คุณ Yang กล่าว "บริษัทได้จัดตั้งเครือข่ายการผลิต การขาย และบริการระดับโลก ครอบคลุมกว่า 100 ประเทศและดินแดน โดยได้เข้ามาสร้างศักยภาพทางการแข่งขันในตลาดแต่ละแห่ง"

รถเครนตีนตะขาบรุ่น ZCC9800 ทำสถิติขึ้นแท่นรถเครนตีนตะขาบที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จีนเคยส่งออกไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก โดยได้มีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตหลายแห่งในเบลารุส คาซัคสถาน อินเดีย ปากีสถาน อินโดนีเซีย และไทย เพื่อยกระดับการผลิตในประเทศ นอกจากนี้ บริษัทในเครืออย่าง CIFA ยังได้ดำเนินการผลิตในพื้นที่และขายรถเครนในอิตาลีด้วย

ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงเร่งยกระดับสู่ดิจิทัลต่อไป พร้อมลงทุนเพิ่มเติมในการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี และมอบผลลัพธ์อันแข็งแกร่งให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท

เกี่ยวกับ Zoomlion

บริษัท Zoomlion Heavy Industry Science & Technology Co., Ltd. (01157.HK) ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 ในฐานะผู้ผลิตเครื่องจักรระดับไฮเอนด์ที่ผสมผสานธุรกิจเครื่องจักรกลทางวิศวกรรม เครื่องจักรกลทางการเกษตร และบริการทางการเงิน ปัจจุบัน บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยกว่า 600 รายการ จาก 56 ไลน์ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุม 10 หมวดหลัก

www.zoomlion.com

Related Links :

http://www.zoomlion.com

Are you a Corporate Representative of Zoomlion, an investor, or a member of the Business Press?



TMRW เปิดตัว TMRW Creators Camp สานฝันคนรุ่นใหม่สู่การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์มืออาชีพ

By | PR, TH

กรุงเทพฯ—9 เม.ย.—พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ทูมอร์โรว์ (TMRW) บริการธนาคารดิจิทัลเพื่อดิจิทัลเจเนอเรชัน จากธนาคารยูโอบี เปิดตัว TMRW Creators Camp แคมป์สู่การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์มืออาชีพ จัดเวิร์กชอปให้ความรู้ด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ รวมถึงทักษะด้านดิจิทัลที่จำเป็น จาก 11 คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดัง

นายนที ศรีรัศมี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Retail Digital ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
นายนที ศรีรัศมี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Retail Digital ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

ทาง TMRW ได้จับมือกับทีมงานคุณภาพ RAiNMaker เว็บชุมชนคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และนิตยสาร a day ที่มีผลงานการันตีฝีมือมาแล้วมากมาย โดยเวิร์กชอปจะมีขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม 2564 และรอบตัดสินในเดือนมิถุนายน 2564 เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจ โดยต้องมีช่องทางคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียของตัวเอง เช่น ยูทูปหรือเพจเฟสบุ๊ค และมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 คน

นายนที ศรีรัศมี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Retail Digital ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า "ความมุ่งมั่นของ TMRW ตั้งแต่จุดเริ่มต้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการสนับสนุนลูกค้าของเรา ทั้งในเรื่องการมอบโซลูชันทางการเงินอันชาญฉลาด ไปจนถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมเช่น TMRW Creators Camp ในครั้งนี้ ที่ช่วยสานฝันในการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ อาชีพใหม่ของคนยุคดิจิทัล"

"โดยเฉลี่ยคนไทยใช้เวลาบนโซเชียลมีเดีย เช่น ยูทูป (YouTube), อินสตาแกรม (Instagram) หรือ ติ๊กต็อก (TikTok) มากถึงเกือบ 3 ชั่วโมงต่อวัน(1) ในขณะที่ธุรกิจต่างๆ เทงบโฆษณาไปที่แพลตฟอร์มสื่อออนไลน์มากขึ้น(2) คอนเทนต์ครีเอเตอร์จึงเป็นอาชีพที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้มั่นคง เราหวังว่า TMRW Creators Camp ครั้งนี้ จะช่วยพัฒนาทักษะด้านการสร้างคอนเทนต์แบบมืออาชีพ และการสร้าง engagement กับผู้ชมซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสู่ความสำเร็จในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้"

"TMRW Creators Camp ยังเป็นการทำ content marketing ผ่านทางสื่อโซเชียล จากการที่ครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ มาเล่าเรื่องและแชร์ประสบการณ์การใช้งาน ผลิตภัณฑ์และบริการของ TMRW ให้ฉลาดและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ในรูปแบบที่สร้างสรรค์ สนุก เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้มากขึ้น"

TMRW Creators Camp เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-20 เมษายนนี้ โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมต้องส่งวิดีโอแนะนำตัวเองและเหตุผลในการเข้าร่วมแคมเปญนี้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของ TMRW

ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 100 ท่าน จะได้เข้าอบรมผ่านเวิร์กชอปออนไลน์ ทั้งหมด 4 ครั้ง ในหัวข้อ Storytelling, ความคิดสร้างสรรค์, เทคนิคการทำวิดีโอคอนเทนต์ และไลฟ์สตรีมมิ่ง โดยได้รับเกียรติจาก คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดัง ได้แก่ คุณซอฟท์ Softpomz, คุณชนินทร์ Ayashi Channe,l คุณเอ็ด 7วิ, คุณโค้ดดี้, คุณอู๋ Spin9, คุณบูม ธริศร, คุณเคน นครินทร์, และ คุณซี ฉัตรประวี

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องเข้าร่วมทุกเวิร์กชอปและทำงานตามโจทย์ที่กำหนดให้ครบ โดยคณะกรรมการและครีเอเตอร์จะช่วยคัดเลือกจนเหลือ 10 ท่านสุดท้าย ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านการสร้าง engagement และคุณภาพของการถ่ายทำ ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้เรียนรู้จากคอนเทนต์ครีเอเตอร์ระดับตำนาน เช่น คุณโหน่ง วงศ์ทนง ผู้ก่อตั้งนิตยสาร a day และ The Standard คุณรวิศ หาญอุตสาหะ นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของบล็อก "Mission to the Moon" และคุณสุทธิชัย หยุ่น นักหนังสือพิมพ์ชื่อดังของเมืองไทย

ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลและอุปกรณ์ในการทำคอนเทนต์ รวมถึงการได้รับการจ้างงานให้ผลิต Social Content ให้กับ TMRW มูลค่ารวมถึง 1 ล้านบาท เพื่อใช้ในการสร้างสรรค์และพัฒนาช่องทางคอนเทนต์ของตนเองต่อไป

ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับ TMRW Creators Camp เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tmrwbyuob.com/tmrwcreatorscamp และเพจเฟสบุ๊คhttps://www.facebook.com/tmrwthailand 

(1) ข้อมูลจาก ‘Digital 2020: Thailand‘ โดย We Are Social and Hootsuite

(2) ข้อมูลจากสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย): งบโฆษณาบนสื่อดิจิทัลในประเทศไทยเติบโตแบบสองหลัก ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา  แพลตฟอร์มที่ได้รับงบโฆษณาสูงที่สุดในปี 2563 ได้แก่ เฟสบุ๊ค (32%) และยูทูป (21%)

 

Related Links :

http://www.uobgroup.com

Are you a Corporate Representative of United Overseas Bank, an investor, or a member of the Business Press?